Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
Click!!!!!

Share your work and start earning  

 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
9953409  

เรื่องสั้นปันเหงา

:::คนกระด้างแดด:::



หลายวันที่ฉันแอบมองลอดผ้าม่านโปร่งบางที่พริ้วไหว
ได้ยินว่าที่มุมใดมุมหนึ่งตรงนั้น มีคนร่วมอดีตของฉันซุกตัวอยู่เงียบเงียบ
ใครคนนั้นสร้างฝันในวัยเยาว์ ฉันไม่เคยลืมตัวอักษรเล็กเล็กเป็นระเบียบ
เขียนผ่านมุมกระดาษรางวัลเรียงความในวัยเตรียมอุดม
"สำหรับนักประพันธ์ในอนาคต(หากไม่ทิ้งงานเขียนไปเสียก่อน)"
อาจารย์วิชาภาษาไทยของฉัน อาจารย์ฝึกสอนคนที่ฉันปลื้มนักหนา
"แววตาเศร้าอย่างคนคิด"จอยบอกกับฉันอย่างนี้
ฉันเห็นด้วยแต่นิ่งไว้เพราะกำลังคิดว่าเขามีปัญหาอะไร
สี่ปีไม่ได้ทำให้เราต่างกันเลย ฉันคนแก่แดด

ในความกำพร้าเหมือนกันของเราหรือเปล่าที่เธอปราณีฉันมากเป็นพิเศษ
กลอนหลายบท เรียงความหลายเรื่องของฉันได้รับการเผยแพร่ในสถาบัน
วันนี้ช่วงชีวิตของเธอผันแปร ครอบครัวร้าวฉานและเลิกรากันในที่สุด
ความรักแสนหวานที่ฉันมองเห็นตลอดตั้งแต่วันแรกพบ
การแต่งงานท่ามกลางแขกเหรื่อวันเป็นคนดังของสังคม
ชีวิตคู่พังทะลายอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เพียงแค่เพราะเวลาผ่านไป...


นี่ฉันกำลังจะพูดถึงสัจธรรมอีกสักเรื่อง แต่ไม่ไหวแล้ว ฉันเลี่ยนชีวิต
ฉันหวังแค่จะได้พบกับหน้าเธออีกสักครั้ง
ผิดไหมนะ หากฉันจะปรี่เข้าไปทักทายดีใจเหมือนวันเก่า
เล่านวนิยายชีวิตเรื่องยาวให้เธอฟัง
บางที เธออาจรับฟังเงียบเงียบแล้วบอกว่า
ชีวิตของฉันไม่เหมือนอย่างที่เธอคาดหวังไว้สักนิด
บางที เธออาจหัวเราะเคาะกระโหลกฉันเหมือนเคย
แล้วบอกว่า ชีวิตของฉันไม่เหมือนอย่างที่เธอกังวลไป
หรือฉันเองต่างหากที่ต้องบอกว่า ชีวิตของเธอไม่เหมือนที่ฉันวุ่นวายใจ
ในที่ใดที่หนึ่ง มุมนั้นสงบ เคยรู้ว่าเธอรักสงบรักธรรมชาติ
ส่วนนี้ใช่ไหม ที่เราต่างยอมรับในความเหมือน
หลายวันที่มองผ่าน ผ้าม่านเบาพริ้วสีขาวยังโบกสะบัด
เหมือนคนหนุ่มดวงตาเศร้าช่างฝันคนร่วมอดีตเพิ่งละจากไป
ละจากที่ตรงนั้นก่อนหน้าฉันจะมา..
มีที่ว่างพอที่ให้ฉันแทรกเข้าไปทรุดตัวลงนั่งด้วยสักคนไหม
"วันนี้คุณทำประกันหรือยังคะ ฉันเป็นตัวแทนบริษัทประกันภัย"



เพราะมัวติดฝน (ละอองน้ำที่กลั่นจากไอน้ำน่ะ ไม่ได้หมายถึง"คนสวยยิ้มหวานที่ผ่านมา")
ความตั้งใจที่จะเข้ามารื้อซ่อมไดเลยไม่ได้ซ่อม
ต้องไปนั่งซ่อมตัวเองอยู่คลีนิคตามคำขู่ของ"พี่สาว"
เพราะแผลที่หัวคิ้วทำให้ปลายประสาทอักเสบชาไปแถบสมองขวา
(ปกติก็มึนมึนชาชาอยู่แล้ว) แย่จิง..


ถึงหน้าคลีนิคได้ฝนทะลายฟ้าคะนองยังกะจะเยาะเย้ยคนไม่ชอบกินยา
ปกติหากคนแยะฉันจะไม่อดใจรอ(ประเภทไข้ไม่รอหมอ)
แต่วานนี้ฉันนั่งคุยเป็นเพื่อนหมอเฉยเลย..
หลบฝน แอบขำเด็กหน้าเคาน์เตอร์
ตกใจเสียงฟ้าแลบฟ้าร้องฟ้าผ่า จนแทบจะมุดเข้าไปหลบใต้เคาน์เตอร์
ผู้หญิงกับสายฟ้านี่สงสัยจะเป็นฉันเจ้ากรรมนายเวร
หรือไม้เบื่อไม้เมาไม่รู้ซี..แต่เข้ากับผู้ชายได้เหมาะเจาะ ..(ผ่าเหอะ)
ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นนะ เพิ่งเจอมากับตัวเมื่อต้นเดือนเมษาที่ผ่านมา
วันที่เดินทางกับคณะลัดเลาะชายฝั่งทะเลตะวันตก หน้าโบสถ์ชั่วคราวหลวงพ่อโสธร
กว่าจะไหว้ครบทุกองค์..คนเยอะมาก อธิษฐานอย่างที่ปราถนาหน้าองค์พระประธาน
พลัดหลงกับคณะอีกต่างหาก เพราะเผลอไปยืนดูละครชาตรีแก้บน
ลืมดูเวลาเลย ก่อนโบสถ์ปิดเล็กน้อยฉันยังเดินวนอยู่ในโบสถ์
เดินกลับข้ามถนนมาหน้าตลาดอย่างคนหลงทิศ
ลมพัดกรรโชกแรงกลิ่นฝนมาแต่ไกล เสียงฟ้าครืนครัน
เสียงแม่ค้าคุยกัน "หลวงพ่อพิโรธอีกแล้ว"


ฉะเชิงเทราจังหวัดเล็กเล็กที่ฉันเพิ่งไปเป็นครั้งแรกนั้นออกจะสงบ
แต่ช่วงนั้นกำลังมีข่าวดังพอดีเลย..เจ้าอาวาส..
กว่าจะทบทวนได้ว่าคณะและรถจอดรอตรงไหน
ก้อจังหวะที่เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงเปรี้ยง..เห็นสายฟ้าทอดยาวกับตา
เหมือนฉันยืนอยู่โดดเดี่ยวในโลก รถเมล์ที่ผ่านมาอุตส่าห์จอดรับ
คงเห็นท่าฉันเหมือนหมาจนตรอก กระเซอะกระเซิง..
ก็วิ่งฝ่าลมฟ้าอยู่กลางที่โล่งแจ้ง นี่หากเป็นถิ่นฉันละก้อ คงกระโดดขึ้นไปแล้ว..หลบฟ้า..
ตาเหลือบเห็นรถทัวร์สีจ๊าบสะดุดตาที่เกาะตามคณะมาเลยวิ่งขึ้นทัน


เป็นครั้งแรกที่ทำความรู้จักกับ "สายฟ้า" ไม่เคยคิดล้อเล่นกับการสาบาน
คนชอบสบถสาบาน ฉันว่าไม่น่ารักฉันไม่เคยสาบาน
จริงจริงนะ (ให้ฟ้าผ่ายอดตาลซิ.)
ดึกเลยกว่าจะกลับถึงที่พักเพราะต้องรอให้ฝนหยุด
ไม่เคยเป็นอย่างนี้สักที สงสัยตัวเองเหมือนกัน..


กลับมาทำความเข้าใจกับลิ้นชักไดอารี่ของฉันอยู่นาน
ไดอารี่ฉันเป็นระบบระเบียบขึ้นและหาง่าย
ย้อนเข้าไปได้ถึงหน้าแรกในเวลารวดเร็วทันใจเพียงแค่พิมพ์ที่อยู่ไปหน้าที่ต้องการ
ถึงได้รู้ว่าไดของฉันวันวานสวยจัด งงเล็กน้อย ทำไมมันสวยทุกหน้าเลย(..)
ก็ออกจะตั้งใจไม่เคยขี้เกียจ สาบาน..เออ..สาบานแล้ว..เดี๋ยวมันก้อโรย


เคยรู้แต่ว่าเราเอาใบสามาใช้งานฝีมือไม่คิดว่ามีดอกให้บานด้วย..
เทศกาลดอกดอกฝ้ายบานก็มี ดอกบัวตองบานก็เห็นแล้ว
ช่วงที่มีผลิตภัณฑ์กระดาษสาวางตลาดมากมาย
จัดเทศกาลสาบานคงดีแห่ะ เชิญใครเป็นประธาน..ใครจะเป็นประธาน

วันที่ฉันไปประชุมมาเห็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์หน้าดำคร่ำเคร่งเหอๆ
อะไรกันนักหนากับชีวิตแต่ชอบประโยคนี้ของน้องนะ..
"..สตรีมีสองมือมั่นยึดถือเป็นแก่นสาร
เกลียวเอ็นจักเป็นงานมิใช่ร่านหลงแพรพรรณ.."-จีรนันท์ พิตรปรีชา
ของใครนะ ..ชอบจัง..
..เค้าว่าผู้หญิงเหมือนดอกไม้ บานแล้วก็โรย หากไม่ถูกเด็ดก็แห้งเหี่ยวคาต้น
พูดปายด้าย.. เหมือนลูกโป่งต่างหาก ไม่ถูกเจาะแตกก็แฟบไปเอง.



แม้จะรู้ว่าหมดกำหนดเวลาที่จะเจริญเติบโตแล้ว
แต่ก็ยังไม่อยากร่วงโรยก่อนเวลาอันควร (เท่าไหร่ก็ช่างปะไร..)
ฉันชอบเสาะแสวงหาผลไม้แปลกแปลกมาให้ตัวเองได้เสมอ
เบต้าแคโรทีนเป็นสารในผลไม้เป้าหมายของฉัน
แตงไทย แตงประยุกต์ ก้อ..แคนตาลูปงัย
ฉันทานได้หมดทุกอย่าง..แต่ต้องแช่เย็น..โดยเฉพาะมะละกอ
พูดถึงมะละกอแล้วคิดถึงผ้าขะม้า..เกี่ยวอะไรกัน..
ในวันที่พี่น้องยืนแหงนคอมองมะละกอสุกคายอดสูงลิ่ว
รู้รสชาดหอมหวาน ต้นนั้นอร่อยมากเอาอะไรมาแลกไม่ยอม
ปีนไม่ได้ สอยไม่ได้ กลัวกระเทือนหล่นแตกเสียก่อน
ไม่รู้ใครต้นคิด แต่ฉันเป็นคนไปค้นผ้าขาวม้าของพ่อมาให้ถือกันคนละมุม
คนไหนก็ไม่รู้อีกแหล่ะ เป็นคนสอย สี่คนจับมุมผ้าขาวม้ารอรับ ที่เหลือเชียร์
เป็นฉันเอง..ที่ต้องเก็บซากผ้าขาวม้าขาดทะลุ
กับเศษมะละกอที่ล่วงกระทบพื้นแหลกกระจาย
..ออดอ..อด..ดอดอ..โดนดุ..

ผลไม้แปลกใหม่ของฉันวันนี้ยังไม่ได้พิสูจน์รสชาด น่าดูมากกว่าน่ากิน
มันไม่น่ามีเบต้าแคโรทีน แต่มันมีเสน่ห์เร้าใจ แก้วมังกร ..
เห็นครั้งแรกฉันไม่คิดว่าจะเป็นผลไม้
มาสะดุดตาเมื่อถูกผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจ
ตามไปสัมผัสถึงต้นเลย แก้วมังกรผลแรกที่ได้มาวางไว้ดูเล่น
ดูเล่นจริงจริงนะ ไม่คิดจะสัมผัสรสชาด วางไว้งั้นเลย

ช่วงที่ฝนตกฟ้าแลบฟ้าร้องฟ้าผ่า ฉันปล่อยแก้วมังกรทิ้งไว้ลำพัง
พบอีกทีมีใบงอกออกมาที่ขั้ว..
อยากให้เป็นต้นถั่วต้นที่แจ็คปีนขึ้นไปฆ่ายักษ์
แต่ไม่เสียใจเลยที่มันไม่ใช่ เพราะฉันไม่อยากเป็นพระเอกแค่ในเทพนิยาย
เอาลงดินปักเสาหลักอย่างที่เห็นในโทรทัศน์ วันดีคืนดีหลานสาวตัวน้อยมาเยี่ยมเห็นเข้า..
ถาม..คุณยายขา..(นามสมมุติ)..รดเสาทำไม..!?!
เสาสูงท่วมหัว..แก้วเธอเลี้ยงตัวเองด้วยใบเลี้ยงเล็กๆสองใบ
เมื่อแก้ว โตมาอีกหน่อยใบใหญ่ขึ้น..ดีใจ..มองเห็นความเจริญเติบโตของสิ่งที่ปลูกสร้าง
หลานชายอีกคนเยี่ยม วิ่งโร่มาหา..คุณย่า(นามสมมุติเหมือนกัน)..เติ้ลชอบกินลูกนี้..
ยกให้ดู..โห..ถอนมาทั้งรากเหง้าเลย..(หมายถึงสิ่งที่อยู่ในดิน)..
ฉันเลิกปลูกแก้วมังกรแล้ว เข็ดขยาดพวกแก้วมาลูน..
บางที..ฉันจะเอาเสานั่นเก็บไว้ปลูกพลูไว้กินกับหมาก
..ถึงวันนั้นแล้ว..ใครจะมาเก็บหมากเก็บพลูให้ฉันหนอ..



ปกติข้างข้างมุมคอมพิวเตอร์ของฉัน
ฉันจะเก็บดอกมะลิใส่ถ้วยแก้ววางไว้เป็นของขวัญสำหรับตัวเอง
แทนกระถางแคคตัสที่มองดูแล้วเหมือนซ้ำเติมชีวิตระหว่างวัน
แม้จะรู้ว่ามีประโยชน์อย่างที่คนเคยคุ้นย้ำบอกวันที่หอบ"วิมานนางฟ้า"มาฝาก
เป็นอีกเรื่องหนึ่งมังที่ฉันพอใจทำตามใจตัวเอง

แคคตัสที่มีรูปสวยนามเพราะนั่นมันเกะกะลูกกะตากีดกันขอบเขตใจ
ฉันเก็บไว้วางวันที่ไม่มีดอกไม้เล็กเล็กสีขาวกลิ่นหอม
กับวันที่ไม่มีกุหลาบเบ่งบานเต็มมุมอ่านหนังสือของฉัน

คิดถึงวันที่เห็นพานธูบเทียนพานดอกไม้ที่เด็กหอบกรายผ่านวันสำคัญ
อยากนั่งไทม์แมชชีนย้อนอดีต กลับไปคืนวันวันที่นั่งเย็บแบบทำพานไหว้ครู
ฉันชอบงานดอกไม้โดยเฉพาะตามสไตล์ฝีมือคนไทย
งานฝีมืออันละเอียดอ่อนและวัฒนธรรมประเพณีไทย

กลิ่นธูปผสมดอกไม้หลากชนิดบรรยากาศหอประชุมยังอวลมาถึงวันนี้
การไหว้ครูในวันนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว
พานธูปพานดอกไม้มีวางขายให้เลือกซื้อในท้องตลาด
สลายบรรยากาศของการประสานใจช่วยกันทำพานวันวานสิ้นเชิง
ภาพเด็กเด็กขมันขมีเลือกสรรดอกไม้จากที่นั่นที่นี่
ดอกรักริมทาง หญ้าแพรกชายทุ่ง ดอกมะเขือท้ายสวนครัวไม่มีแล้ว

คนที่เคยภูมิใจที่สุดคือคนถือพานที่จะเดินอย่างภาคภูมิ
ภูมิใจในฐานะตัวแทนของชั้นที่ด้รับการคัดเลือกมาเป็นหัวหน้าชั้น
วันนี้คนถือพานคือเด็กจากครอบครัวที่สามารถส่งพานสวยสวยเข้าประกวด
คำชมเชยที่ได้รับจะยังสร้างความเป็นปึกแผ่นของสังคมเล็กเล็ก
สังคมที่เป็นจุดหนึ่งของการเริ่มต้นที่ดีในอนาคตไหมหนอ
เด็กเด็กได้อะไรไปบ้างจากการชนะการแข่งขัน แข่งกันมันตั้งแต่อนุบาล

ความร่วมมือประสานใจ ความสามัคคีในหมู่คณะละลายไปกับกาลเวลา
กรวยดอกไม้ธูปเทียนที่เคยบรรจงใส่ดอกเข็ม หญ้าแพรกดอกมะเขือไม่มี
เด็กยุคไฟเบอร์ไหว้ครูด้วยบูเก้ดอกกุหลาบ.. "แล้วฉันเป็นบ้าไรเนี่ย.."
เอ่อ..แค่นึกถึงดอกสะเลเต เก็จถวา กาสะลอง
ที่ใครบางคนเอามาปักใส่แจกันเซรามิคสีดำทรงกระบอก
วางให้มุมห้องสวยแปลกตาหอมหวานชื่นใจ

วันนี้ฉันหาแคคตัสวิมานนางฟ้าไม่เจอ..
มันร่วงหายไปตอนไหนหรือใจน้อยตายไปแล้วไม่รู้
เดี๋ยวจะไปเอาตะบองเพชรมาวางแทนนะจ๊ะ
สะเลเต เก็จถวา กาสะลอง ตะบองเพชร เข้ากันดี



รู้สึกเหงาเหงากับบ่ายวันเสาร์ เลยออกจากที่พักไปเดินตลาดพันธุ์ไม้
หน้าฝนไม่ค่อยมีไม้ดอกที่ถูกใจให้เลือก กล้วยไม้ที่เห็นก้อไม่น่าเลี้ยงเท่าไหร่
ดอกโต..สีสรรสดใส..รากสมบูรณ์ แต่มองแล้วจะงามได้แค่ในเนอสเซอร์รี่..
เมื่อมาอยู่กับฉันหมดดอกก้อคงทิ้งร้าง ดอกที่เคยเห็นเบ่งบานจะกลายเป็นแคระแกร็น
กุหลาบเวียงพิงค์ ดอกเท่าชามโคม ..ยังกลายเป็นกุหลาบหนูได้
นับประสาอะไรกับไม้พันธ์ใหม่ที่บอบบาง
ต้องยกให้เป็นความสามารถพิเศษ..ถนัดนักเรื่องทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็กน่ะ..

มีใครคนหนึ่งโฉบวาบผ่านเข้ามาทัก ในระยะประชิดตัว กันเอง
จำได้ว่าเคยเห็นมากกว่า 1 ครั้ง ในการประชุมสัมนาแต่นึกชื่อเท่าไหร่ก้อนึกไม่ออก..
พยายามจะนึกเพื่อแนะนำให้"พี่สาว" และคณะที่เขม้นมองอยากรู้จัก..อยากรู้....
เสียใจจัง..หน่วยความจำของฉัน..การเรียนรู้..ลดประสิทธิภาพหรืออย่างไร..
หากเธอตกอยู่ในสถานการณ์นี้จะทำอย่างไรนะ..
เฉพาะตอนนั้น..ฉันสะดุดตัวเองไปวูบหนึ่ง..
ทำได้ดีที่สุดก็อแค่ยิ้มกว้างกว้าง สบตา..
อาคันตุกะแสนดีคงเห็นความทุกข์ในดวงตาฉันรีบเติมข้อความที่หายไป
บอกตำแหน่งหน้าที่การงานเสร็จสรรพ ดีที่ไม่ต้องสั่งจัดแถวก่อน
ขอบคุณจังที่รักษาหน้า..ไม่ให้ใครทันได้เห็นความบกพร่องของฉัน..
ความจำของมนุษย์มีขีดจำกัด หวังแต่หลังจากนี้แล้วก้อจะไม่ลืมไปซะอีกล่ะ
ก็มันกระทบกระเทือน "มิตรภาพ"
ใช่แล้ว นามนั้นสำคัญยิ่ง..คำที่น่าฟังที่สุดสำหรับมนุษย์เราทุกคน
คือคำที่เรียกชื่อของเขา คงเหมือนกับที่เราพอใจเห็นชื่อตัวเองบนบอร์ดนั่นละมัง..
มิตรภาพที่อาจจะเพิ่งเริ่มเจริญงอกงาม มิตรภาพที่ยั่งยืนอยู่แล้วแน่นแฟ้นสานต่อ
หากเป็นไปได้..ฉันจะจำชื่อคนทุกคนที่ผ่านมาให้ได้หมดเลย
แต่กลัวลืมชื่อตัวเองจัง...อืมม์..ทำไมบางสิ่งที่อยากลืมกลับจำ.




ฝนหยุดสองวันลมร้อนผ่านผิวกาย ไม่เท่าไหร่นะพอทนได้
มันก็อย่างนี้มาชั่วนาตาปี ..สามฤดูของประเทศไทย..
ที่ร้อนรุ่มรุ่มอยู่ในใจนี่ซี ฉันอยู่กับที่ไม่ไหว ผู้คนรอบกายน่าเบื่อหน่าย
ไม่รู้พูดคุยอะไรกันนักหนา น่ารำคาญ จำเจซ้ำซาก หาที่สิ้นสุดไม่ได้
มากคนมากความ ไม่ฟังละ ไปดีกว่าแล้วจะมาฟังผลทีหลังแล้วกัน..

ฉันคนเดียวไม่ได้ชี้ความเป็นความตายของใคร
ฉันคนเดียวยิ่งไม่อาจเปลี่ยนความคิดของใคร
ตามสบายนะชาวโลก แล้วจะกลับมาปั้นหน้าเห็นด้วย
รับรู้ก่อนหลัง แตกต่างกันยังไง ก็แค่รับรู้เหมือนกัน เท่ากัน
รับรู้ในสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง รับรู้ในข้อตกลงร่วมกันของคนอื่น..
ฉันมีความเห็นที่เงียบงัน แตกต่างแต่ไม่มีน้ำหนัก ไร้น้ำหนักสูญญากาศ


ความเหงากับความรู้สึกบางอย่างที่เกาะกินใจพาฉันควงพวงมาลัยไปเรื่อยเปื่อย
บนซุปเปอร์ไฮเวย์เส้นทางเดิม ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับความคับคั่งของจราจรวันสุดสัปดาห์
ทางสี่ช่องทางส่งฉันกับพาหนะคู่ใจโฉบฉิวเลาะถนนเลี่ยงเมือง
ทำถนนกันอีกแล้ว กรวด หิน ดิน ทราย ร่วงกรูกราวจากรถบรรทุกหิน
.. ไหนล่ะกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ..

รถขนดินที่ฉันแซงมากว่าห้าคัน ไม่มีผ้าคลุมอย่างที่กำหนดสักคัน
แบคโฮงุ่มง่ามข้างถนน ดูเหมือนจะกำลังตั้งหน้าตั้งตาขุดคลอง
พื้นที่ห่างกันช่วงสองสามหมู่บ้าน บ้างก็จะขุด บ้างก็จะถม เฮอะ.
เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ปล่อยปล่อยมันผ่านไปอีกสักเรื่องเถอะน่า

ซีดานใหม่เอี่ยมทะยานตีคู่มา ความสนใจฉันถูกเบี่ยงเบน
เพิ่งรู้ตัวแน่ชัดวันนี้ .. ฉันบ่มเพาะนิสัยตะแบง ชิงดีชิงเด่นแข่งขันบนถนนคอนกรีต !
ทางออกทางใหม่ของฉันหรือไร? สังเกตตัวเองมาหลายครั้ง
ฉันมีความสุขกับการได้เบียดปาดหน้าแซงรถคันอื่นๆ โดยเฉพาะรถป้ายแดง
ฉันพอใจกับชัยชนะของตัวเอง .ถ้าวันไหนไม่ได้ประลองความเร็ว เหงา..
บางวันพบเข็มไมล์พุ่งขึ้นลิ่วๆสูงกว่า 180 ไม่สะทกสะท้าน ไม่หวั่นไม่ไหว
บางวันพบตัวเองแทรกไประหว่างรถทัวร์สองคัน
หรือฉันไม่เสียดายชีวิต หรือฉันไม่กลัวความตาย
หรือฉันเพี้ยนแล้ว ฉันเพี้ยนไปแล้ว.. บางที.. ฉันอาจต้องหาเวลาไปพบจิตแพทย์
ฉันมองเห็นความผิดปกติชัดเจนขึ้นทุกวัน ทุกวัน
ฉันเริ่มเซ็งตัวเอง..เบื่อคนรอบข้าง..มันใช่แล้วเนี่ย. .
โอ้..นครศรีฯ ช่างมีมนต์ ..
ฉันจะเป็นสะไภ้ชาวนครศรี ศรีธรรมราช? ไม่ใช่
ศรีอยุธยา เปล่า ..นครศรี? อืมม์ ..ศรีธัญญา..
แต่..เอ..คนข้างหน้าเป็นยิ่งกว่าฉันแห่ะ..
โน่นๆแซงลิ่วลิ่วไปแล้ว ป้ายแดงสว่างโพลน เฮอะ... บีบแตรลั่นถนนเลย..
จะแซงรถรับส่งนักเรียน.. อ๋า..ฝ่าไฟแดง..คงไม่อยากต่อท้ายไทยแลนด์ ล่ะซี
ไปแล้ว..ไปจอดสยบเสียงนกหวีดจราจรฝั่งโน้นเถอะ..
มีคนอื่นเพี้ยนกว่าฉัน คนอื่นต่างหากที่เพี้ยนไป..ไม่ดูตาม้าตาเรือ อะโห ใส่สูทผูกไทโก้
ทะเลาะกับตำรวจอยู่ตรงนั้นเหอะ ฉันไปหล่ะ มีธุระต้องรีบไปทำ
โน่นไง ธุระของฉัน รถป้ายแดงอีกคันข้างหน้าตะบึงไปนั่น
จะรีบไปไหน ฉันจะตามไปดู..




หน้าที่ :: 6   7   8   9   10   11   12  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved