Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
Click!!!!!

Share your work and start earning  

 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
10092402  

สัตว์เลี้ยง

เรื่องของฟันของน้องหมา

ฟัน โครงสร้างองค์ประกอบส่วนต่างๆ ของฟันสุนัข

มีฟันปรากฏอยู่ทางด้านปากบน (Upper Jaw)

และปากล่าง (Lower Jaw)

ฟันซี่เล็กที่ขึ้นอยู่ตอนหน้า

แนวข้างของปากเรียกว่า ฟันหน้า (Incissors)

จะมีอยู่รวม 12 ซี่ อยู่ปากบน 6 ซี่ ปากล่าง 6 ซี่

หน้าที่ของฟันหน้าใช้ในการกัดยึดให้ฉีกขาด

เขี้ยว เป็นฟันที่มีขนาดใหญ่และยาว แข็งแกร่ง แหลมคม

ใช้ในการต่อสู้สำหรับกัดและกดฝังลงไป

ช่วยในการยึดแน่นเมื่อกัด เขี้ยวมีอยู่รวม 4 ซี่

อยู่ปากบน 2 ซี่ ปากล่าง 2 ซี่

ติดอยู่ข้างๆ กับฟันหน้าทั้ง 2 ด้าน

ฟันกราม แบ่งเป็น 2 แบบคือ

1. ฟันกรามนอก (Premolars) หรือเรียกว่า ฟันกรามเล็ก มีอยู่รวม 16 ซี่

อยู่ปากบน 8 ซี่ ปากล่าง 8 ซี่

เรียงจากเขี้ยวเข้าไปด้านในของปากช่วยในการเคี้ยวอาหาร

2. ฟันกรามใน ( Molars) หรือเรียกว่า ฟันกรามใหญ่ มีอยู่รวม 10 ซี่

อยู่ปากบน 4 ซี่ ปากล่าง 6 ซี่

เรียงลำดับจากฟันกรามนอกเข้าไปจนสุดปาก

มีหน้าที่ในการขบบดอาหารให้ละเอียด

ฟันสุนัขแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรก ฟันชั่วคราว หรือเรียกว่า ฟันน้ำนม

จะเกิดเมื่อลูกสุนัขอายุประมาณ 3 อาทิตย์ ถึง 6 เดือน

จากนั้นก็จะหลุดเมื่อสุนัขเริ่มโตขึ้นมีจำนวน 28 ซี่

ชุดที่สอง ฟันถาวร หรือเรียกว่า ฟันแท้ มีจำนวน 42 ซี่

ฟันปากบน 20 ซี่ ฟันปากล่าง 22 ซี่

ขณะที่ฟันน้ำนมเริ่มหลุดออกและฟันแท้เริ่มขึ้นแทนที่

ลูกสุนัขจะมีอาการรำคาญหรือเจ็บที่เหงือก จะทำให้ไม่ค่อยกินอาหาร

เมื่อฟันแท้ขึ้นลูกสุนัขจะมีอาการเรียกว่าคันปาก

มักจะแทะสิ่งของควรหลีกเลี่ยงจากการถูกกัดแทะ

และเมื่อสุนัขที่มีอายุในวัยรุ่นมักชอบเล่นมีการกัดฟัดเหวี่ยงสิ่งของต่าง ๆ

เจ้าของสุนัขจะเอาของออกมาจากปากสุนัขไม่ควรกระชาก

หรือลากออกแรงมาก ๆ จะทำให้ฟันหัก หรือเกบิดออกได้

 
 tooth01.jpg




ฟันของสุนัขประกอบไปด้วยฟัน 2 ชุดคือ ฟันน้ำนม และฟันแท้เช่นเดียวกับมนุษย์ โดยฟันน้ำนมเริ่มขึ้นเมื่อลูกสุนัขอายุ 2-4 สัปดาห์และจะขึ้นครบ 28 ซี่ เมื่ออายุ 12 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็จะเริ่มร่วงหลุด และมีฟันแท้ขึ้นมาทดแทนในช่วงอายุ 3-5 เดือน เมื่อลูกสุนัขอายุ 6-8 เดือน ฟันแท้จะขึ้นครบทั้งหมด 42 ซี่ โดยที่โครงสร้างของฟันและลักษณะการเรียงตัวของฟันในสุนัขจะมีความแตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์ ฟันแท้จะคงอยู่คู่กับสุนัขไปจนตลอดชีวิต ถ้าฟันแท้เสียหายหรือถูกทำลาย ก็จะไม่มีฟันชุดใหม่ขึ้นมาทดแทนอีกต่อไป

อาจจะไม่ง่ายนัก หากต้องการรักษาสุขภาพภายในช่องปาก และฟันของสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ ดังนั้น ปัญหาภายในช่องปาก และฟันของสุนัข จึงเป็นเรื่องที่พบบ่อย จากการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยพบว่า เมื่อสุนัขมีอายุประมาณ 2 ปี จะเริ่มตรวจพบอาการของโรคในช่องปากได้ถึง 80% ของจำนวนสุนัข โดยเริ่มต้นจากการสะสมของพล๊าค (Plaque) ซึ่งมีลักษณะเป็นฟิล์มเหนียวๆ บนฟัน หากไม่ขจัดคราบดังกล่าวออกไป พล๊าคเหล่านี้จะสะสมตัวแข็งขึ้นจนเกิดเป็นหินปูน (Tartar) และก่อให้เกิดเหงือกอักเสบ ส่งผลให้สุนัขเกิดอาการเจ็บปวด และนำไปสู่โรคปริทนต์ (Periodontal Disease) โดยอาจทำให้สุนัขของคุณเลี้ยงสูญเสียฟัน และเกิดการติดเชื้อแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย

1116112001.jpg




ช่วงอายุสุนัขกับลักษณะภายในช่องปาก

2-4 สัปดาห์ ยังไม่พบฟันน้ำนมขึ้น

3-4 สัปดาห์ ฟันน้ำนมบางซี่เริ่มขึ้นแทรกเนื้อเหงือก

4-6 สัปดาห์ ฟันน้ำนมซี่ต่างๆ มีการขึ้นแทรกเนื้อเหงือก

8 สัปดาห์ ฟันน้ำนมซี่ต่างๆ ขึ้นครบหมดทุกซี่

3-4 เดือน ฟันน้ำนมครบทุกซี่ เริ่มกระจายตัวห่าง

5-7 เดือน ฟันน้ำนมเริ่มหลุด และฟันแท้เริ่มขึ้น

7 เดือน ฟันแท้ซี่ต่างๆ ขึ้นครบหมด

1 ปี ฟันแท้มีลักษณะขาว และสะอาด

1-2 ปี ฟันแท้ซี่ต่างๆ เริ่มีคราบอาหารและหินปูนเกาะ โดยเฉพาะฟันกราม

3-5 ปี ฟันแท้ซี่ต่างๆ มีหินปูนเกาะมาก

5-10 ปี ฟันแท้ซี่ต่างๆ มีหินปูนเกาะมาก เริ่มมีอาการของโรคเหงือก

10-15 ปี ฟันแท้ซี่ต่างๆ เริ่มมีการสึกกร่อน, มีหินปูนเกาะมาก และฟันบางซี่หลุดไป 2 สัปดาห์ ผ่านไป


ที่มา:http://rayongvetclinic.wordpress.com/2008/08/23/การประเมินอายุสุนัขจาก/

abbr_0d24264b51f06c24461d500b9f183534.jpg



ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคฟันในสัตว์เลี้ยง ได้แก่
  • อายุ – โรคฟันมักเกิดได้บ่อยในสุนัขที่อายุมาก โดยเฉพาะในสุนัขที่ไม่มีการดูแลทำความสะอาดช่องปากและฟัน จะทำให้เกิดการสะสมคราบพล๊าคและหินปูนมาก
  • สายพันธุ์ – สำหรับสุนัขสายพันธุ์เล็กที่มีฟันซ้อนเกิน หรือ มีฟันเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ มักจะเกิดโรคฟันได้ง่าย เนื่องจากทำความสะอาดได้ยาก
  • อาหาร – การให้สุนัขอาหารที่เหนียว อาหารเปียก หรือ อาหารปรุงเอง จะทำให้สัตว์เลี้ยเกิดคราบฟัน และหินปูนได้ง่าย

จะทราบได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณเป็นโรคฟัน

หากสุนัขของคุณกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเหงือก และฟัน สิ่งที่คุณสามารถสังเกตได้เป็นสิ่งแรก คือกลิ่นปาก และรวมถึงอาการต่างๆ เหล่านี้
  • มีกลิ่นปาก
  • น้ำลายหยดบ่อยๆ
  • มีการสะสมของหินปูนสีเหลือง
  • เลือดออกบริเวณเหงือก
  • แสดงอาการเจ็บปวดบริเวณปาก
  • กินอาหารลำบาก
  • สูญเสียฟัน หรือฟันหัก
  • ตะกุย หรือเกาบริเวณปาก

การดูแลรักษาสุขภาพเหงือก และฟันของสุนัขให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอนั้นง่ายกว่าที่ท่านคิด เริ่มต้นจากการปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อทำการตรวจสุขภาพ และดูแลทำความสะอาดช่องปาก และฟันของสุนัขอย่างถูกวิธี จากนั้นควรเปลี่ยนอาหารจากอาหารปกติมาเป็นอาหารเม็ดที่มีขนาดเม็ดใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อช่วยในการขจัดคราบฟัน และหินปูนอย่างได้ผลขณะเคี้ยวอาหาร และควรแปรงฟันให้สุนัขอย่างสม่ำเสมอ โดยสัตวแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแปรงฟันอย่างถูกวิธี

tooth02.jpg




การแปรงฟันให้สุนัข

ควรจะเริ่มฝึกแปรงฟันให้กับสุนัขตั้งแต่สัตว์เลี้ยงอายุยังน้อย ในขณะที่เป็นฟันน้ำนม เนื่องจากหากเริ่มฝึกตอนโต สุนัข-อาจปฏิเสธ และมีคราบพล๊าคสะสมที่ฟันมากแล้ว ควรทำให้การแปรงฟันเป็นเรื่องสนุก เช่น ใช้ยาสีฟันที่มีกลิ่นและรสชาติที่สุนัขชอบ หลังจากแปรงฟันเสร็จให้รางวัลเป็นขนมที่ชอบ หรือคำชมเชย

วิธีฝึกสุนัขให้ร่วมมือ ยอมรับการแปรงฟัน สามารถฝึกหัดได้โดยใช้ความอดทน เวลา และใจเย็นๆ ตามขั้นตอนดังนี้
  • หัดเปิดปากสุนัขค่อยๆ อ้า โดยใช้นิ้วดันริมฝีปากให้เปิดขึ้น พร้อมใช้นิ้วของคุณค่อยๆ นวดบริเวณเหงือก ทำวันละเล็กละน้อยให้เสมือนเป็นการเล่น แล้วแจกของรางวัล เช่น ขนมสำหรับสุนัข
  • ขยับไปใช้ผ้าขนหนู หรือผ้าก๊อซ พันนิ้วคุณไว้แล้วจุ่มน้ำพอหมาดๆ แล้วถูนวดบริเวณเหงือกและฟันทีละน้อยเพิ่มขึ้นจากขั้นตอนแรก และอย่าลืมให้รางวัลหลังฝึกด้วย
  • ขั้นตอนนี้ต้องค่อยๆ ทำเป็นพิเศษ เนื่องจากเราจะใช้แปรงของจริง คุณอาจเลือกใช้แปรงสีฟันของเด็กซึ่งมีขนาดหัวแปรงเล็ก ขนนุ่ม หรือจะไปซื้อของที่ทำมาสำหรับสุนัขก็มีขาย นำมาถูหรือสัมผัสกับฟันและเหงือกโดยจุ่มน้ำแล้วใช้ด้านข้างของแปรงแตะๆ ก่อน อย่าใช้ด้านขนแปรงถูทันที สุนัขอาจจะตกใจได้
  • เลือกใช้ยาสีฟันที่มีขายสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ ห้ามใช้ยาสีฟันของคุณ หรือลูกเนื่องจากมันมีกลิ่นรุนแรง หลากหลายรสชาติซึ่งสุนัขไม่ชอบ ซ้ำยังเป็นฟองมากด้วย แต่ถ้าอยากประหยัดก็ปรุงยาสีฟันสัตว์เลี้ยงเองโดยใช้เกลือ 1 ส่วนผสมผงฟู 2 ส่วน ค่อยๆ เพิ่มปริมาณยาสีฟันจากน้อยๆ จนปกติ

คุณควรแปรงฟันให้สุนัขวันละ 1 ครั้งทุกวันจนเป็นปกติวิสัย ในช่วงที่ทำอยู่นั้นให้สังเกตดูความผิดปกติที่อาจเกิดในช่องปากของสุนัข เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที แค่นี้สุขภาพปากและฟันของสุนัขของคุณ ก็จะสมบูรณ์ตลอดไป

www.dogthailand.net


ที่มา : เอกสารแนะนำอาหารสัตว์ของ บริษัท เวท เรคคอมเมนต์ จำกัด
ร.พ. สัตว์สุวรรณชาด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
 


หน้าที่ :: 9   10   11   12   13   14  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved