Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
10177205  

ต้นไม้ใบหญ้า

จัดสวนและมุมบ้านด้วยเปล



เปลในปัจจุบันได้มีพัฒนาให้นอนสบายขึ้นเมื่อก่อน สาเหตุหลักคือความเคยชินในการนอน เรามักจะนอนบนเตียงที่มีพื้นที่ให้กลิ้งกันมาตลอดชีวิต แต่เปลนั้นไม่มีพื้นที่ให้เราทำอย่างนี้ได้ ทำให้ผู้นอนอาจจะเกิดความอึดอัดเหมือนกับนอนในที่แคบ ๆ โดยสรุปคือระบบของเปลจะคล้ายกับเต็นท์คือมีที่นอนและผ้ากันฝน แต่ระบบการนอนของเราจะเปลี่ยนไป แทนที่จะเอาหลังแนบกับพื้นดิน ก็เอาหลังแนบกับพื้นเปลซึ่งลอยบนอากาศแทน









นอกจากนี้ยังมีบางสถานการณ์ที่เราไม่สามารถใช้เปลได้ เช่น พื้นที่ที่ไม่มีต้นไม้ให้ผูกเปล บนยอดดอยหลายแห่งจะเป็นพื้นที่ราบ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ แน่นอนว่าไม่สามารถผูกเปลได้ หรือในสถานที่อากาศเย็นมาก การนอนเปลอาจจะไม่ได้รับความอบอุ่นได้เท่ากับเต็นท์ ฉะนั้นการที่เราจะใช้เปลหรือไม่ก็ขึ้นกับสถานการณ์ สภาพพื้นที่ และความเคยชินของผู้ใช้









การผูกเปลนั้นเราจะใช้แค่เชือกผูกกับต้นไม้ ซึ่งจะไม่ทำให้ต้นไม้เกิดความเสียหาย สามารถใช้ในสภาพพื้นที่ได้หลายชนิด– เราสามารถผูกเปลได้แม้ว่าสภาพพื้นดินด้านล่างมีระดับลาดเอียง หรือมีก้อนหินไม่เรียบ เพราะหลังของเรานั้นจะสัมผัสกับเปลที่ลอยอยู่บนอากาศ ฉะนั้นสภาพพื้นดินจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวข้อง เปลใช้ประโยชน์ได้หลายแบบ – นอกจากจะใช้สำหรับนอนแล้ว เรายังสามารถใช้ประโยชน์เปลในรูปแบบอื่น ๆ ได้อีก การผูกเปลต้องใช้ต้นไม้อย่างน้อย 2 ต้น ไม่มีต้นไม้ก็ไม่สามารถผูกเปลได้








วิธีการผูกเปล

เลือกบริเวณที่ไม่มีลมพัดแรง – เปลนั้นจะไม่มีฟลายชีสที่คลุมได้ทั้งหมดเหมือนกับเต็นท์ ฉะนั้นเราควรจะเลือกบริเวณที่ไม่มีลมพัดแรง เช่น บริเวณยอดเขา และกางผูกเปลควรจะดูทิศทางของลมด้วย เพราะถ้าตำแหน่งที่ผูกมีลมพัดมาจากหัวเปลหรือท้ายเปล อาจจะป้องกันได้ยาก หากลมพัดเข้าด้านข้างยังพอเอาฟลายชีสมาบังลมช่วยได้

การเลือกต้นไม้ – การผูกเปลจำเป็นจะต้องมีต้นไม้ 2 ต้นเพื่อผูกบริเวณหัวและท้าย ต้นไม้ที่จะผูกเปลไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไป เพราะจำทำให้เชือกยาวไม่พอ ควรเลือกต้นไม้ที่มีขนาดกลางและมีระยะห่างกันพอที่จะผูกเปลได้ ต้นไม้ที่เลือกควรเป็นต้นไม้ที่ยังไม่ตาย ไม้ที่ตายมักจะผุตามเวลาและไม่สามารถรับน้ำหนักได้มาก สำหรับต้นกล้วยนั้นหลายคนคิดว่าไม่สามารถรับน้ำหนักได้มาก แต่ความจริงเราก็สามารถผูกเปลกับต้นกล้วยได้ แต่จะต้องเลือกต้นที่มีขนาดใหญ่สักหน่อย และไม่ควรผูกซ้อนกันหลายชั้น เพราะต้นกล้วยถึงแม้จะรับน้ำหนักได้ แต่ก็ไม่สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าไม้เนื้อแข็งชนิดอื่น ๆ

ความลาดชันของพื้นดิน – จริงอยู่ว่าเปลสามารถผูกได้โดยไม่เกี่ยวกับความลาดชันของพื้น หรือสภาพพื้นดินด้านล่าง แต่เราก็ควรจะหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เป็นไหล่เขา หรือมีหลุม และก้อนหินใหญ่ ๆ เพราะหากตอนกลางคืนเราลุกมาเข้าห้องน้ำแบบเบลอ ๆ อาจจะมีโอกาสสะดุดหกล้มก็เป็นได

แมลง – ควรตรวจสอบเรื่องมดหรือแมลง บริเวณที่ผูกเปล บริเวณพื้น และต้นไม้ เพราะมดสามารถไต่จากต้นไม้ลัดเลาะไปยังเชือกเปลได้
การใช้ต้นไม้ร่วมกัน – หากทำเลที่จะผูกเปลมีน้อย (มีต้นไม้ให้ผูกน้อย) เราก็สามารถใช้ต้นร่วมกันหลาย ๆ เปลได้ โดยอาจจะผูกซ้อนกันหลายชั้น หรือถ้าตำแหน่งต้นไม้เป็นสามเหลี่ยมก็อาจจะใช้ต้นกลางเป็นศูนย์เพื่อใช้เป็นตัวกลางในการผูกเปลร่วมกันก็ได้

ควรผูกเปลให้ห่างจากกองไฟ - เปลไม่มีผนังในการป้องกันเหมือนกับเต็นท์ หากผูกเปลให้กับกองไฟ อาจจะพบกันควันไฟลอยเข้ามาในเปลก็ได้




หน้าที่ :: 14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved