Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
Click!!!!!

Share your work and start earning  

 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
9950410  

วิถีพอเพียง

    

     ไม้กฤษณา(Agarwood) หรือไม้หอม เป็นไม้พื้นเมืองของไทย ที่มีกลิ่นหอมและสามารถสกัดน้ำมันหอมมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ หลายประเภท เช่น ใช้น้ำมันกฤษณาเพื่อผสมเป็นหัวเชื้อในการผลิตน้ำหอม, ใช้ไม้กฤษณาในทางเภสัชกรรม และอื่นๆ อีกมากมาย จึงทำให้มีผู้เสาะหาไม้กฤษณาเพื่อนำไปจำหน่ายและส่งเป็นสินค้าออกมาอย่างช้านานแล้ว เนื่องจากว่าเป็นไม้ที่หายาก ราคาจึงอยู่ในระดับที่สูงมาก, เนื่องจากว่าประเทศผู้สั่งซื้อมีมากกว่าผู้ผลิตและเป็นสินค้าที่ต้องใช้ตลอดไป, เนื่องจากว่า ยังไม่มีใครทราบเทคนิคในการกระตุ้นต้นไม้กฤษณาให้เกิดสารกฤษณาหรือแก่นกฤษณาได้เป็นปริมาณมาก ๆ ตลาดของไม้กฤษณาจึงยังคงเปิดกว้างอย่างท้าทายตลอดเวลาที่ผ่านมาและในอนาคต

เมื่อเทียบหรือไม่เทียบกับการพยายามสืบเสาะค้นหาเทคนิคที่สุดยอดในการกระตุ้นให้เกิดสารกฤษณาในต้นกฤษณาแล้ว การปลูกต้นกฤษณาดูเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ เพียงเข้าใจธรรมชาติจากแหล่งที่พบต้นกฤษณาจากป่าดิบชื้น หรือป่าดิบแล้ง นั่นเอง

ดังนั้น พื้นที่ที่เหมาะต่อการปลูกต้นกฤษณา จึงควรเป็นที่มีความชุ่มชื้น, เป็นที่เนิน, น้ำไม่ท่วม, น้ำไม่ขัง, เป็นดินที่มีการระบายน้ำดี หรือเป็นดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย การปลูกต้นกฤษณาอาจปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว หรือปลูกร่วมกับพืชหรือไม้ยืนต้นอื่น(สวนป่าวนเกษตร) เช่น ปลูกร่วมกับยางพาราหรือสวนผลไม้ หรือป่าชุมชน เนื่องจากต้นกฤษณาชอบแหล่งปลูกที่มีความชื้นสูงและต้องการร่มเงาบ้าง(สำหรับในที่แห้งแล้งยาวนาน)ขณะที่ต้นยังเล็กอยู่(1-2 ปี) การปลูกต้นกฤษณาร่วมกับยางพาราจึงเป็นการเปลี่ยน "พื้นที่ว่างระหว่างแถวต้นยางที่ไร้ค่า" มาเป็น "พื้นที่ที่สุดล้ำค่า" ในสวนยางพารา นั่นเอง และที่สำคัญมาก ๆ ก็คือว่า หากท่านต้องการตั้งโรงงานเพื่อกลั่นน้ำมันกฤษณาด้วย ก็จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าพื้นที่ในจังหวัดและอำเภอใดสามารถตั้งโรงงานกลั่นได้หรือไม่ได้

ต้นกฤษณาที่ปลูกร่วมในสวนยางพาราเนื่องจากเวบไซต์นี้มุ่งเน้นด้านการทำสวนยางพารา จึงจะขอกล่าวเฉพาะการปลูกต้นกฤษณาในสวนยางพาราเท่านั้น เนื่องจากต้นกฤษณามักเจริญเติบโตได้ดีในที่มีความชื้นพอสมควร ดังนั้นในเขตพื้นที่ที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งอย่างยาวนานจึงควรปลูกต้นกฤษณาเมื่อสวนยางพารามีร่มเงาบ้างแล้ว จึ่งเหมาะที่จะปลูกเมื่อต้นยางพารามีอายุประมาณ 3-4 ปี แต่หากต้องการปลูกให้เร็วกว่านี้ ก็สามารถทำได้โดยอาจจะปลูกกล้วยเป็นพืชแซมยางเพื่อให้มีร่มเงาและสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ดินก่อน สำหรับในภาคใต้ซึ่งอากาศไม่ร้อนมากนักและมีความชื้นในอากาศอย่างพอเพียง ก็สามารถปลูกต้นกฤษณาได้ตั้งแต่ปีแรก หรือปีที่ 2 ,3,4 โดยไม่จำเป็นต้องปลูกพืชแซมยางใด ๆ ก่อนก็ได้เช่นกัน เนื่องจากความนิยมในการปลูกต้นกฤษณาเริ่มมีมากขึ้นเมื่อ 3-4 ปีมานี้ ดังนั้นจึงมักพบเห็นการพยายามนำไม้กฤษณาไปปลูกในสวนยางพาราที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปบ้างพอสมควร ซึ่งการมีร่มเงามากเกินไปก็จะทำให้ต้นกฤษณาโตช้าหรือสูงผอมไปบ้างดังภาพ

พันธุ์ไม้กฤษณา

พันธุ์ไม้กฤษณาที่นิยมปลูกกันอยู่ทั่วไปในขณะนี้มักเป็นพันธุ์ Aquilaria crassna Pierre ex Lec. ซึ่งมีลักษณะเปลือกนอกเป็นสีเทาหรือเทาปนขาว ใบเป็นรูปเรียวถึงเรียวแหลม ลำต้นสูง10-30 เมตร ในขณะที่พันธุ์ Aquilaria malaccensis Lamk. อาจให้น้ำมันหอมที่มีคุณภาพที่ด้อยกว่าพันธุ์แรก ส่วนพันธุ์ Aquilaria subintegra Hou. นั้น ตอนนี้หาได้ค่อนข้างยากมาก ๆ

ระยะปลูกต้นกฤษณาในสวนยางพารา

  • การปลูกไม้กฤษณาพร้อม ๆ กับการปลูกยางพาราปลูกทดแทนต้นยางที่ตาย ในกรณีที่ปลูกยางพาราไว้แล้วและอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปและต้นยางตาย (หลัง 2 ปี แล้วไม่ควรปลูกซ่อม) ก็สามารถปลูกต้นกฤษณาในหลุมนั้น หรือใก้ล ๆ หลุมนั้นได้
  • ปลูกระหว่างแถวต้นยางพารา หากเป็นสวนยางพาราที่ขอทุนสงเคราะห์กับทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางหรือสกย. ซึ่งจะกำหนดให้ปลูกไม้ป่าในสวนยางพาราได้ไม่เกิน 15 ต้นต่อไร่โดยไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาติเพิ่มเติม ก็อาจจะปลูกต้นกฤษณาใน ระยะ 3x7 เมตร หรือ 6x7 เมตร หรือ 9x7 เมตร หรือปลูกระยะ 3x14 เมตร หรือ 6x14 เมตร หรือ 9x14 เมตร ก็ได้ แต่ต้องไม่เกินจำนวนดังที่กล่าว
  • ปลูกระหว่างแถวต้นยางพารา (เป็นสวนยางพาราที่ขอทุนสงเคราะห์กับทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางหรือสกย.) แต่ต้องการปลูกต้นกฤษณาให้ได้มากกว่า 15 ต้นต่อไร่ ซึ่งอาจปลูกระยะ 2x7 เมตร หรือ 3x7 เมตร ตลอดแถวต้นยางพาราทั่วทั้งแปลง กรณีแบบนี้ก็ต้องคุยหรือขออนุญาติกับทางสกย.ก่อน
  • สำหรับผู้ที่ลงทุนปลูกยางพาราเอง และต้องการปลูกไม้กฤษณาในระยะ 2x7 เมตร หรือ 3x7 เมตร ตลอดแถวต้นยางพาราทั่วทั้งแปลง แม้จะทำได้ แต่ก็ต้องพิจารณาดูว่าในหน้าฝน ความชื้นที่มีมากขึ้นในสวนยางจะทำให้สวนยางเสี่ยงต่อโรคที่จะมาจากเชื้อราหรือไม่

การขุดหลุมปลูกต้นกฤษณา

  • ให้ขุดหลุมปลูกแบบปลูกไม้ป่าทั่ว ๆ ไปก็ได้ คือ กว้าง 30 ซม. ยาว 30 ซม. และลึก 30 ซม. ตากดินไว้สัก 15-20 วัน
  • จากนั้นทำการรองก้อนหลุมด้วยปุ๋ยคอกเก่า ๆ หรือปุ๋ยหมักเล็กน้อย แล้วผสมปุ๋ยคอกเก่า ๆ หรือปุ๋ยหมักกับดินที่ขุดไว้ในอัตราส่วน 1:1 แล้วกลบดินลงหลุมจนเต็ม รอฤดูปลูกที่จะมาถึง ซึ่งก็ควรเป็นต้น หรือ กลางฤดูฝน

การปลูกต้นกฤษณา

ต้นกล้ากฤษณาอายุประมาณ 1 ปีควรปลูกในต้น-กลางฤดูฝน โดยใช้มีดกรีดถุงออกและต้องระวังอย่าให้ดินแตก ปลูกให้ลึกจากระดับคอดินเดิมประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วกลบดินให้แน่น นำไม้ชนิดที่มีความแข็งพอสมควรปักใกล้โคนต้นกล้าแล้วมัดด้วยเชือกฟางเพื่อป้องกันลมพัด ทำการคลุมโคนด้วยหญ้าแห้ง (ต้นกฤษณาเมื่อโตขึ้นมักล้มง่าย การปลูกให้ลึกจากระดับคอดินเดิมประมาณ 2-3 นิ้วก็อาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้บ้าง)

การตัดแต่งกิ่งต้นกฤษณา

การตัดแต่งกิ่งคงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการปลูกด้วยว่าต้องการผลผลิตอย่างไรแบบไหน แต่ทั้งนี้ ก็ควรระมัดระวังไม่ตัดแต่งกิ่งจนทำให้การเจริญเติบโตชะงัก และการตัดแต่งกิ่งมากเกินไปอาจทำให้ส่วนบนหรือพุ่มใบใหญ่ ซึ่งจะทำให้เกิดการล้มได้ง่ายขึ้น

หมายเหตุ:

  • เรื่องราวของไม้กฤษณาคงมีอีกมากมาย ที่สำคัญมาก ๆ ก็คือเทคนิคการกระตุ้นให้เกิดสารกฤษณาในปริมาณมาก ฯลฯ สำหรับในเวบนี้ก็คงเขียนเฉพาะที่จำเป็นในบางเรื่องเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ควรปลูกไม้กฤษณา อย่างน้อยสัก 25 ต้น เผื่อว่าในอนาคตเราอาจจะเปิดโรงกลั่นน้ำมันกฤษณาขนาดเล็ก (ขนาด 5 หม้อ)ของเราเองได้
  • ต้นกฤษณาข้าง ๆ บ้านจำนวนหลายต้นใช่ว่าทุกคนหรือสวนยางพาราทุกสวนจะสามารถปลูกและจัดการกับผลผลิต(ชิ้นไม้กฤษณาหรือน้ำมันกฤษณา)ได้ หากเราศึกษาพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 เราจะพบว่าไม้กฤษณาไม่ได้เป็นไม้หวงห้าม แต่ถูกกำหนดให้เป็น "ของป่าหวงห้าม" นั่นก็คือเป็นของป่าหวงห้ามเฉพาะกับไม้กฤษณาที่ขึ้นหรือปลูกในเขตป่าเท่านั้น แต่ถ้าเราปลูกต้นไม้กฤษณาในที่ไม่ใช่ป่า ก็จะไม่เป็น "ของป่าหวงห้าม" การปลูกต้นกฤษณาในที่ดินที่ไม่ใช่ป่า ก็คือการปลูกในที่ดินที่เรามีเอกสารสิทธิ์ เช่น โฉนดที่ดิน, น.ส. 3, น.ส. 3 ก เป็นต้น ดังนั้น สวนยางพาราแปลงใดที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวก็จะต้องเจอปัญหาข้อกฎหมายเมื่อจะทำการเก็บของป่าหวงห้าม(ตอนปลูกไม่เป็นปัญหา)
  • การขายผลผลิตจากต้นกฤษณาอาจขายเป็นน้ำมันกฤษณาหรือแก่นไม้กฤษณา หากขายเป็นน้ำมันกฤษณาจะขายโดยใช้หน่วยวัดปริมาณเป็นโตร่า(TORA) โดย 1 โตร่า เท่ากับ 12.5 ซีซี. ในประเทศไทยมีขายมากที่กรุงเทพฯ แถวซอยนานา ถนนสุขุมวิท ราคาขายโตร่าละ 4,000-10,000 บาทหรือลิตรละ 320,000-800,000 บาท แต่ถ้าส่งออกต่างประเทศราคาจะสูงไม่ต่ำกว่า 2 เท่าของราคาในประเทศ สำหรับราคาของแก่นไม้กฤษณา มักขายเป็นกิโลกรัม หากเป็นไม้กฤษณาเกรด 1 ราคาจะประมาณ 70,000-200,000 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าส่งออกต่างประเทศราคาจะสูงไม่ต่ำกว่า 2 เท่าของราคาในประเทศ เช่นกัน


หน้าที่ :: 1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved