Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
Click!!!!!

Share your work and start earning  

 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
10022031  

กระดานแสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิกเพื่อใช้งานเว็บบอร์ด คลิกที่นี่ /  เข้าสู่ระบบ    

ADMIN

ตั้งกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ศธ.เดินหน้าปฎิรูปการศึกษาจัดงาน "สุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์"
กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าปฎิรูปการศึกษาจัดงาน "สุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์" ขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2556 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพฯ
 
 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เพื่อขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน พัฒนากระบวนการเรียนการสอนในปัจจุบันและรองรับหลักสูตรใหม่ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็น 1 ใน 8 นโยบายหลัก "รวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา" นั้น กระทรวงฯ ได้กำหนดจัดงาน "สุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์" ขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2556 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพฯ โดยจะนำเสนอองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนการสอนทั้งระบบ โดยเฉพาะเรื่องการสอนภาษา การอ่าน การคิดวิเคราะห์ การเรียนการสอนในโลกยุคดิจิทัล และ ตัวอย่างการเรียนการสอนแนวใหม่ อีกทั้งเป็นเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนของครูสอนภาษาต่างๆ ทุกระดับ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนการสอนทั้งระบบให้เชื่อมโยงกัน
          นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ภายในงานจะมีการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ "เรียนภาษาเพื่อสื่อสารให้เป็นประโยชน์" "เรียนอย่างไรให้คิดวิเคราะห์เป็น" "การจัดทำมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาระดับอุดมศึกษา" และ "ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของครูชาวต่างประเทศ" ซึ่งมีนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะต่างๆ ในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน อาทิเช่น ดร. ดวงทิตย์ สุรินทาธิป, ศาสตราจารย์ ฟู่ เจิ้ง โหยว, ศ. ดร. มนตรี จุฬาวัฒนทล เป็นต้น นอกจากการจัดเสวนาดังกล่าว ยังมีการจัดกิจกรรมย่อยซึ่งเป็นการเปิดห้องเรียนตัวอย่างสาธิตการสอนภาษาไทยภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามลายู ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี และการเรียนเชิงคิดวิเคราะห์ การนำเสนอรูปแบบการจัดการศึกษา ตลอดจนการประกวดสุนทรพจน์ภาษาต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการและบูทต่างๆ เช่น องค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับสำนักปลัดกระทรวงฯ British Council, AUA, Alliance fran?aise, Goethe, ITD, มูลนิธิไกลกังวล, สถาบัน HANBAN สำนักข่าวสารญี่ปุ่น โรงเรียน วิทยาลัยต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนการทดสอบเพื่อวัดภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
 


ครูพันธุ์แท้

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 1
การบริหารจัดการการศึกษาของประเทศไทยต้องพัฒนาปรับปรุงทุกเรื่อง เป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องทำอย่างทุ่มเท ทุกคนในประเทศไทยต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาวิกฤตนี้ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น เด็ก ครู ผู้ปกครอง ประชาชน พระภิกษุ สามเณร ต้องมาระดมช่วยกันพัฒนาการศึกษา ที่สำคัญที่สุดคือผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการขับเคลื่อนการศึกษาต้องปรับกระบวนยุทธในการสร้างแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่นตั้งใจ การให้รางวัลจูงใจในการทำงานของผู้อยู่ในความรับผิดชอบ ไปตามลำดับขั้น หากไม่สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ผู้บริหารในสายตาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชางานใหญ่ก็คงเป็นได้แค่สร้งค่ายถ่ายรูปเหมือนเดิม


Krootanoi

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 2
ในการบรรยายพิเศษ “ทิศทางการปฏิรูปการศึกษาไทยในทศวรรษที่ ๒” แก่ผู้เข้ารับการอบรมนักบริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวไว้ว่าหัวใจสำคัญของการทำงานคือนโยบาย ๘ ข้อที่ รมว.ศธ.มอบหมายไว้ หน่วยงานของ ศธ.ทั้ง ๕ แท่ง ต้องร่วมกันทำงานจึงจะเกิดพลังในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย การปฏิรูปการศึกษาต้องเน้นคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา สังคมต้องได้คนเก่ง คนดี คนจะได้ดีก็เพราะครู ทำให้บ้าน วัด โรงเรียน ในชุมชน เกิดการเกื้อกูลในการพัฒนาคนให้ได้ก่อนอันดับแรกแล้วนโยบายไหนมาก็รับได้หมด


k.juy

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 3
 
เห็นด้วยว่าเราต้อง เร่งปฏิรูปการเรียนการสอน ซึ่งต้องมีการต่อเนื่องเชื่อมโยงจึงจะเกิดประโยชน์ ถ้าไม่ต่อเนื่องก็ไม่เกิดพลัง เรื่องการวัดและประเมินผลก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะถ้าไม่มีตัวชี้วัดจะไม่ทราบว่าเดินไปตามเป้าหมายหรือไม่ การวัดที่มาจากบุคคลภายนอกเป็นสิ่งจำเป็น แต่ดูเหมือนผู้ปฏิบัติส่วนหนึ่งจะไม่ยอมรับนโยบายนี้ จุดบอดอีกจุดหนึ่งของการพัฒนาการศึกษา


สปศ.

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 4

8 นโยบาย ที่จะเร่งรัดดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล

1. เร่งปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน

2. ปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู

3. เร่งนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาใช้ในการปฏิรูปการเรียนรู้

4. พัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบได้กับระดับสากล ให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ

5. ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาเร่งพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน มากกว่าการขยายเชิงปริมาณ

6. ส่งเสริมให้เอกชนและทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมจัดและสนับสนุนการศึกษามากขึ้น

7. เพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ

8. พัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้


5 กลไก ในการขับเคลื่อน

1. เร่งรัดจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
2. จัดตั้งสถาบันเพื่อวิจัยหลักสูตรและพัฒนาการเรียนการสอน
3. สร้างความเข็มแข็งของกลไกการวัดผล ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผล
4. เร่งรัดให้มีพระราชบัญญัติอุดมศึกษา
5. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

2 แนวทาง บริหารจัดการ   

  ในการบริหารงานให้เป็นไปตามนโยบายและกลไกดังกล่าวข้างต้น จะดำเนินการเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1. ตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนเรื่องสำคัญต่างๆ  เช่น ผลการทดสอบ PISA ของไทย เมื่อได้ตั้งเป้าหมายให้ผลการจัดอันดับการศึกษาไทยอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น ก็จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยระดมผู้ที่เกี่ยวข้องและภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มต้นจากคณะกรรมการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์จากการทดสอบ PISA

2. จัดประชุมปฏิบัติการ (Workshop) อย่างเป็นระบบ โดยจะระดมความคิดและการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบาย
 

http://www.moe.go.th



ครูทะเล

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 5
การศึกษาเป็นงานที่สำคัญในการที่จะเอื้ออำนวยและส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และอยู่ระหว่างเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลกการพัฒนาด้านการศึกษาให้กับสังคมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะฉะนั้น หน้าที่งานเร่งด่วนที่ครูจะต้องดำเนินการคือช่วยกันรับนโยบายเร่งยกเครื่องการศึกษาของประเทศเพื่อให้ไทยสามารถอยู่ร่วมและแข่งขันกับประเทศในอาเซียนและเวทีโลกได้ครับครู นโยบายของท่านดีครับเห็นด้วยครับ แต่ว่าการติดตามประเมินผลชัดเจนหรือยังครับ 


เท้งเต้ง

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 6
กิจกรรม"สุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์" น่าสนใจมากต้องไปเข้าร่วมงานด้วยตัวเองเสียแล้ว เอาเกียรติบัตรมาเข้าแฟ้ม อันที่จริงแปลนการศึกษาเป็นแปลนใหญ่ต้องอาศัยพลังของสังคมทั้งสังคมมาช่วยกันขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ครบถ้วนตามแนวนโยบาย แต่ที่สำคัญต้องสานต่องานที่ได้ดำเนินการไว้แล้ว อย่าปรับไปมาผู้ปฏิบัติงง


ขอนไม้

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 7
ดร.รุ่ง แก้วแดง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เคยพูดถึงการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทยว่า ปัญหาที่สำคัญที่ไทยยังแก้ไม่ตกคือ การผลิตและการพัฒนาครู  การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศได้คือ การกลับบ้านเกิด ใช้ความรู้ ประสบการณ์และเครือข่ายในการช่วยลูกหลานเพราะความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวเท่านั้นที่จะพยุงให้ครอบครัวใหญ่อย่างชาติอยู่รอด


เรือกระดาษ

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 8
ระบบการเมืองไทยไม่เคยนิ่งเลยตั้งแต่จำความได้จนทุลักทุเลมาบนเส้นทางการศึกษานี่จะได้เหรียญดื้อแล้ว โดยความเป็นจริงของการยกระดับการศึกษาระบบการเมืองจะต้องนิ่งอย่างน้อย 8 ปี มีผู้นำทางการเมืองที่มีวิสัยทัศน์ และมีเวลาพอที่จะให้การสนับสนุนเรื่องการศึกษา และมีนักการศึกษาที่เป็นผู้นำในการปฏิรูปได้อย่างต่อเนื่อง เมืองไทยเราก็พอจะหาได้แต่ปัญหาชัดๆคือมันไม่ต่อเนื่อง


na_na

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 9
องค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนการสอนทั้งระบบ น่าสนใจน่าจะจัดเวทีสัญจรไปให้ครบทุกภาค บุคคลากรทางการศึกษารอบนอกน่าจะได้เข้าร่วมเสวนาสู่การปฏิบัติ ถ้าจัดในโรงแรมใหญ่กลางกรุงก็แค่จัดค่ายถ่ายรูปแหล่ะ


Pimchanok

ตอบกระทู้เมื่อ
24 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 10
อีกสองปีประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่คุณภาพประเทศของเรายังไปไม่ถึงไหนเลย สนใจ การเรียนการสอนในโลกยุคดิจิทัล  ตัวอย่างการเรียนการสอนแนวใหม่ การเปิดห้องเรียนตัวอย่างสาธิตการสอนภาษาฯ ส่วนหัวข้ออื่นๆ ฟังไปก็เท่านั้น
กลับมาขยายผลไม่ออก


witjung

ตอบกระทู้เมื่อ
25 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 11
เพลงประกอบนี้เหมาะกับข่าวนี้มากกว่านุนิ ^-^
สกศ.เผยคืบหน้าร่างแผนพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต มีข้อเสนอพัฒนาตามช่วงอายุ ตั้งแต่ 0-60 ปีขึ้นไป เน้นสร้างพื้นฐานความรู้เหมาะกับช่วงวัย
น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำรายละเอียดแผนการศึกษาเพื่อพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ด้านการบริหารและการจัดการศึกษา ว่า ขณะนี้มีข้อเสนอแนวการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต และได้นำเสนอว่าภาครัฐควรศึกษาและเตรียมการเกี่ยวกับการดูแลโภชนาการ การออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีสุขภาวะที่ดี และควรวางแผนเพื่อรองรับการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวแบบ Long stay ในกลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากนี้ต้องจัดให้มีกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน มีสันทนาการ และมีการใช้สมองในการคิดวิเคราะห์ ที่สำคัญควรสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้สูงอายุถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่คนรุ่นหลังด้วย ส่งขอนไม้ไปสู่อนาคตกันดีกว่า


K.Chang

ตอบกระทู้เมื่อ
25 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 12
ผมสนใจการท่องเที่ยวแบบ Long stay ในกลุ่มผู้สูงอายุ มากกว่า รัฐบาลมีโครงการพัฒนาเมืองให้งบประมาณกว่า 2,000,000 ไทยทำโครงการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สูงอายุกันดีกว่าประกาศรับสมัครผู้สนใจพร้อมร่วมเป็นคณะกรรมการด่วนเลยครับ


kobkaew

ตอบกระทู้เมื่อ
25 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 13
กดไลค์ให้ K.Chang ขอนไม้สู่อนาคต
อินเทรนด์ที่สุดเลยค่ะ ขอสมัครเป็นผู้บริโภคกลุ่มยั่งยืน
(จองแบบถาวรใช้คูปองในราคาคนไทย)
ไม่ต้องพึ่งรัฐน่าจะอิสระกว่าไหมคะ


หนอนไซเบอร์

ตอบกระทู้เมื่อ
25 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 14

ส่งโครงการเลยครับ ก่อน 30 พฤศจิกายความน่าจะเป็นสูง เป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และยุทธศาสตร์ของสำนักสนับสนุนความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตามเป้าหมายและหลักเกณฑ์ ว่าแต่งบประมาณจะพอไหม คนรอใช้บริการแบบถาวรเตรียมมาขอรับคูปองแล้ว กรรมการสรรหาก็ยังไปจรยุทธ์ไม่มีกำหนดกลับบ้างก็จะไปลงพื้นที่หาเสียงเตรียมกระฉูดพรรคใหม่ ถึงจะเป็นขอนไม้กบเขียดก็ยังได้อาศัยร่มเงา ช่วยลุ้นครับ คิดแล้วทำเลย



บัวบก

ตอบกระทู้เมื่อ
25 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 15

เป็นโครงการที่รัฐควรส่งเสริมอย่างทั่วถึง จากแนวโน้มของประชากรโลกพบว่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 21 ประชากรโลกที่เป็นผู้สูงอายุได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ประชากรกลุ่มใหญ่ของโลกได้เข้าสู่ช่วงสูงอายุประกอบกับวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าทำให้ประชากรโลกมีอายุไขเฉลี่ยที่สูงขึ้นและยังมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ด้วย ในขณะที่ค่าครองชีพมีอัตราที่สูง แนวคิดนี้ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี เรารู้ว่าปัจจุบันประชากรของโลกมีช่วงอายุการทำงานที่ลดลง มีการเกษียณอายุการทำงานเร็วกว่าในอดีต ทำให้สามารถใช้เวลาในการเดินทางท่องเที่ยวได้มากขึ้น อีกอย่างหนึ่งนักท่องเที่ยวที่เกษียณอายุทำงานแล้วจะมีสวัสดิการหรือเงินบำนาญที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นรายเดือนนอกจากนี้ยังมีเงินเก็บสะสมส่วนตัว ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีกำลังในการใช้จ่ายสูง และสามารถเข้ามาพักระยะยาวได้ รัฐน่าจะสนับสนุนโครงการอย่างนี้ให้กระจายไปทั่วประเทศ



KALA

ตอบกระทู้เมื่อ
25 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 16
สุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์  ^----------------------^


KETH

ตอบกระทู้เมื่อ
25 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 17
ก็กำลังเร่งปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด  สนใจทำโครงการพัฒนาเคยติดตามรายการร้อยมือสร้างเมือง เป็นโครงการที่ดีแต่ไม่รู้ว่าจะต่อเนื่องไหม


รุ่งริ่ง

ตอบกระทู้เมื่อ
25 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 18
การเสวนาวิชาการลักษณะนี้น่าจะมีเสียงตอบรับดีกว่า การอบรมพัฒนาอีคิวครูในการประชุมสัมนาเชิงปฏิบัติธรรมละมัง แต่ส่วนใหญ่จะไม่ถึงผู้ปฏิบัติอย่างมากก็ส่งตัวแทนจากเขตพื้นที่ไปเขตละหนึ่งคน(คนใกล้ชิดผู้ใหญ่) แล้วแม่ไก่ก็ไม่ไปฟักไข่ หรือฟักได้ก็ไม่มีประสิทธิภาพ SET ZERO เสียดายงบประมาณ ไม่ต่างจากจัดค่ายถ่ายรูป


kanokrat

ตอบกระทู้เมื่อ
25 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 19

ทุกหัวข้อที่พูดถึงเคยเห็นขึ้นปกหนังสือแล้วทั้งนั้น แต่นั่นแหล่ะนะ คนไทยเฉลี่ยอ่านหนังสือวันละไม่ถึงสิบบรรทัด เฉพาะการจัดนิทรรศการและการออกบูทก็คุ้มทุนค่ารถค่าเรือแล้ว เห็นด้วยกับท่านดร.รุ่งแก้วแดงที่ว่าปัญหาที่สำคัญที่ไทยยังแก้ไม่ตกคือ การผลิตและการพัฒนาครูที่มีคุณภาพ อันดับแรกที่ต้องระดมสรรพกำลังก็การให้ประชาชนพลเมืองใฝ่รู้ใฝ่เรียนนี่แหล่ะ เราบอกว่าเด็กสมัยนี้ไม่ค่อยรักเรียน ต้องย้อนกลับดูตัวผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างที่ดีหรือยัง



ครูพันธุ์แท้

ตอบกระทู้เมื่อ
28 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 20
แนวคิดของ แมทธิว ลิปแมน (Matthew Lipman) อาจารย์สอนปรัชญาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย อเมริกา เจ้าของแนวคิดปรัชญาเด็ก ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกในเครือข่ายทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ เพื่อผลิตบุคลากรในด้านการสอนปรัชญาสำหรับเด็กในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวมถึงการอบรมในระยะสั้น

ในปีคศ. 1974 เขาได้ก่อตั้ง Institute for the Advancement of Philosophy for Children (IAPC) โดยก่อนหน้านี้เขาตั้งสมมติฐานว่า "การใช้เหตุผลเป็นสิ่งที่สอนกันได้จริงหรือ" เนื่องจากนักศึกษาที่เขาสอนอยู่ มีระดับการใช้เหตุผลอยู่ในเกณฑ์ไม่ดีนัก ดังนั้นเขาคิดว่า ควรแก้ไขกันตั้งแต่ในระดับโรงเรียน นั่นเป็นเหตุผลที่เขานำแนวทางปรัชญาเด็กมาใช้พัฒนาทักษะการคิด ด้วยการเริ่มสอนตั้งแต่ระดับประถม

เขาสร้างเนื้อหาการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้ที่จะคิดด้วยตนเอง ผ่านเรื่องเล่า นิทาน หรือนิยาย โดยมีครูคอยกระตุ้นความคิด แต่ไม่ชี้นำ เพราะลิปแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญาการศึกษาสำหรับเด็ก เชื่อว่า เด็กๆ คิดเป็น และปัจจุบันแนวทางนี้ เกาหลีก็กำลังทดลองใช้ และเป็นที่สนใจของนักการศึกษากลุ่มหนึ่งในเมืองไทย

“แม้ทักษะการสอนให้คิดเป็นจะมีในหลักสูตร แต่ไม่ได้ลงไปถึงราก เรื่องนี้ต้องฝึกครูก่อน ครูต้องมีทักษะการคิดและวิธีการสอน" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุสา สุทธิสาคร อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าว ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสไปดูงานการสอนเด็กเกาหลีในเรื่องปรัชญาเด็ก และกำลังจะนำมาใช้กับการสอนครู


k.juy

ตอบกระทู้เมื่อ
28 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 21
น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
อ่านบทความดีดีกันไว้ตกผลึกสร้าง พิมพ์เขียวประเทศ กันดีกว่า
บูรณาการกับความเห็น k.chang ได้ก็สุดยอดเลย


บ่าวรัฐ

ตอบกระทู้เมื่อ
28 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 22
แวะมาหน้านี้ดีกว่า
55555++++++


witjung

ตอบกระทู้เมื่อ
28 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 23
กำลังจะบอกว่าเป็นห่วงคุณตำรวจนั้น
ก็มีข่าว"ตรวจสอบ" ตามมาเร็วจี๋ เฮ่อ...
 ดูดวงคนดัง  ก่อนออกจากบ้านดีกว่า


สปศ.

ตอบกระทู้เมื่อ
31 ต.ค. 2556
  ความคิดเห็นที่ 24

   เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษในงาน “สุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์” ว่า สิ่งสำคัญของการพัฒนาประเทศคือการพัฒนากำลังคนและหากจะพัฒนากำลังคนก็ต้องมีการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งจะต้องทำให้การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงศึกษาธิการมาคิดว่าการศึกษาจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศได้อย่างไร และในการปฏิรูปการศึกษาจะให้คนทั้งชาติมีส่วนร่วมได้อย่างไร ซึ่งแนวคิดนี้จึงนำมาสู่การปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบอย่างเชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน โดยการปฏิรูปการศึกษาต้องมีการปรับเปลี่ยนทุกเรื่องให้สอดคล้องกัน ทั้งหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และโดยเฉพาะการวัดและประเมินผลที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนทั้งระบบ เพื่อให้การประเมินผลนำไปสู่การจัดการเรียนการสอนตามเป้าหมายที่เราต้องการ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ต้องการให้เด็กไทยมีทักษะในการคิดวิเคราะห์

รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า สำหรับการจัดทดสอบกลางนั้นได้หารือกับประธานสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปบ้างแล้วเกี่ยวกับรายละเอียดของการจัดทดสอบและเร็วๆนี้จะให้ สทศ.เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือกัน เพื่อให้มีความชัดเจนขึ้น ทั้งประเด็นของโรงเรียนที่จะร่วมทดสอบกลาง วิชาที่จะจัดสอบ และช่วงเวลาในการจัดสอบ โดยผลการทดสอบกลางจะนำมาใช้ในการปรับปรุงการจัดการศึกษาในภาพรวมให้ครูนำข้อมูลมาใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนต่อไป และสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้เกิดลำดับแรกคือ การปฏิรูปการเรียนการสอนในชั้นเรียน ทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และที่พบข้อมูลล่าสุดคือ วิชาภาษาไทยก็ต้องปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างเร่งด่วน รวมถึงต้องปรับการเรียนการสอนในโลกยุคอินเตอร์เน็ตว่าทำอย่างไรให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์มากขึ้น อย่างไรก็ตามการจัดงานครั้งนี้ตนไม่อยากให้การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จบเพียงเท่านี้ แต่ต้องมีกระบวนการอย่างต่อเนื่องเพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร.
ขอบคุณข้อมูล:http://www.thairath.co.th


บัวบก

ตอบกระทู้เมื่อ
14 พ.ย. 2556
  ความคิดเห็นที่ 25
สิ่งสำคัญของการพัฒนาประเทศคือการพัฒนากำลังคนและหากจะพัฒนากำลังคนก็ต้องมีการปฏิรูปการศึกษา และสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้เกิดลำดับแรกคือ การปฏิรูปการเรียนการสอนในชั้นเรียน


สมัครสมาชิกเพื่อใช้งานเว็บบอร์ด คลิกที่นี่ /  เข้าสู่ระบบ


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved