Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
Click!!!!!

Share your work and start earning  

 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
9889564  

กระดานแสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิกเพื่อใช้งานเว็บบอร์ด คลิกที่นี่ /  เข้าสู่ระบบ    

Mayjung

ตั้งกระทู้เมื่อ
23 พ.ค. 2557
  เลาะรั้วผ่าทางตัน57
 
 
 
"ให้รอดูว่าเราจะทำอะไร การกระทำและตัดสินใจเช่นนี้ คนอาจจะมองว่าใช้อำนาจมาก แต่เมื่อมีอำนาจยิ่งมาก เราก็ต้องทำตัวให้เล็กลง ขอให้ทุกคนมองให้ไกลเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดีแต่เป็นทางออกเดียวที่ข้าราชการจะได้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ใช้งบประมาณได้ เศรษฐกิจ เดินหน้า" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก  


สันติชน

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 1

ระหว่างที่ทั้งโลกกำลังจับตา “อนาคตประเทศไทยในมือประยุทธ์” SIU ประเมินว่าทางเลือกของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ

แนวทางแรก

พล.อ.ประยุทธ์ สามารถอาศัยสถานะ “คนกลาง” และอำนาจตามกฎอัยการศึก หารือกับหน่วยงานทางการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ ฝ่ายค้าน วุฒิสภา กกต. รวมถึงมวลชนทั้งสองฝ่าย ในการกำหนด “วันเลือกตั้งใหม่” เพื่อให้ประเทศไทยมีสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มโดยเร็ว

SIU ประเมินว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เลือกแนวทางนี้ พรรคเพื่อไทยจะยินดีไม่ส่งคนของตระกูลชินวัตรลงเลือกตั้งเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า พรรคประชาธิปัตย์จะกลับคืนสู่สนามเลือกตั้ง ส่วนม็อบ กปปส. ถึงแม้ไม่เห็นด้วยเต็มที่ แต่ก็น่าจะยินดีสนับสนุนการเลือกตั้งที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมากกว่าการเลือกตั้งตามปกติ ส่วนคนเสื้อแดงก็น่าจะยอมรับได้ถ้าได้รับคำสัญญาว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น

หลังการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลพรรคเพื่อไทย (ที่น่าจะชนะการเลือกตั้งมากที่สุด) จะเสนอกระบวนการปฏิรูปการเมืองและแก้รัฐธรรมนูญตามที่มีหลายฝ่ายเสนอมาก่อนหน้า และใช้เวลาอีก 1-2 ปีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก่อนยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

แนวทางที่สอง

แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยึดโยงกับการเลือกตั้งว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาของประเทศ และหาทางตั้ง “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง (เช่น อาจใช้อำนาจตาม ม. 7 หรือ เสนอชื่อโดยวุฒิสภา) ถึงแม้จะสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ ก็ย่อมจะต้องเผชิญกับการต่อต้านจากคนเสื้อแดงอย่างรุนแรง การใช้กฎอัยการศึกจะเป็นตัวเร่งให้คนเสื้อแดงหันไปใช้ยุทธศาสตร์ใต้ดิน และอาจนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน จนลุกลามกลายเป็น “สงครามกลางเมือง” ที่ยืดเยื้อยาวนานตามที่หลายฝ่ายเคยทำนายกันไว้

สถานการณ์ในประเทศไทยตอนนี้ต้องถือว่าอยู่บน “ทางแพร่ง” ว่าจะไปในทิศทางใด และท้ายที่สุดแล้ว อำนาจการตัดสินใจเลือกอนาคตประเทศไทย ก็อยู่ในมือของผู้ชายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียวเท่านั้น
 


Krootanoi

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 2
คำสั่ง กอ.รส.ฉบับที่ 8/2557
เรื่องขอความร่วมมือกับสังคมออนไลน์

ห้ามเผยแพร่ข้อความปลุกระดม ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งสร้างความรุนแรง ความไม่น่าเชื่อถือและไม่เคารพกฎหมาย

 
กอรส8


ครูทะเล

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 3

รวม! ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ประกาศ ยึดอำนาจการปกครอตั้งแต่เวลา 16.30 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2557 ได้มีประกาศและคำสั่งต่างๆ ออกมาดังนี้

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557

เรื่อง การควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ

ตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล และพื้นที่ต่างๆ ของประเทศหลายๆ พื้นที่ เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัว จนอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น

เพื่อให้สถานการณ์ดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ประชาชนในชาติเกิดความรัก ความสามัคคี เช่นเดียวกับห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูป โครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทั่วทุกฝ่าย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย กองทัพบก กอง บัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 เวลา 16.30 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ ดำเนินวิถีชีวิตและประกอบอาชีพต่อไปตามปกติ ให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการดังที่เคยปฏิบัติ

สำหรับข้าราชการทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการต่างๆ ที่มีอาวุธเพื่อใช้ในราชการของหน่วย ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังและอาวุธโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่เพียงผู้เดียว

สำหรับคณะทูตานุทูต สถานกงสุล องค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งชาวต่างประเทศที่พำนักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจะได้ ให้ความคุ้มครอง และขอยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ยังเป็นไป ตามปกติ ตามที่รัฐบาลชุดเดิมดำเนินการไว้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะยึดมั่นในความจงรักภักดี และจะปกป้องเทิดทูนดำรงรักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระ มหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมจิตใจประชาชนชาวไทย และทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง

ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2557

เรื่องการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ยึดอำนาจการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบ ร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายโดยเร็ว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ประกาศใช้กฎอัยการศึก ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557

เรื่องห้ามออกนอกเคหะสถาน ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหะสถาน

ตามที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ได้ยึดอำนาจการปกครองตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. อาศัยตามความแห่งมาตรา 11 แห่ง พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 จึงกำหนดมาตรการดังนี้

1. ห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหะสถานภายในเวลา 22.00 น.- 05.00 ตั้งแต่ 22 พ.ค.2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาต จากพนักงาน เจ้าหน้าที่ เพื่อไม่ให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน เกินสมควรแก่เหตุ

2. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกษา พ.ศ 2457 เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่ และระยะเวลาที่กำหนดได้

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ประกาศ ณ วันที่ 22 พ.ค.2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 4/2557

เรื่องการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ และสถานีวิทยุชุมชน

เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง ทันต่อสถานการณ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 จึงให้สถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจาย เสียง สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ล ดำเนินการ ดังนี้

1. ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงทุกสถานี ทั้งที่เป็นของราชการและเอกชน งดรายการประจำสถานี และให้ถ่ายทอดกระจายเสียงจากสถานีวิทยุกระจายเสียง ของกองทัพบก

2. ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียงทุกสถานี ทั้งที่เป็นของทางราชการและเอกชน งดรายการประจำของสถานี และให้ถ่ายทอดออกรายการจากสถานีวิทยุ โทรทัศน์กองทัพบก

3. ให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ลทุกสถานี งดรายการประจำของสถานี และให้ถ่ายทอดออกรายการจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2557

เรื่องการสิ้นสุดชั่วคราวของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศตามประกาศฉบับที่ 1/2557 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น .แล้วนั้น เพื่อให้การบริหารราชการภายในราชอาณาจักรเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ดำเนินการดังนี้

1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 สิ้นสุดลงชั่วคราว ยกเว้นหมวด 2 ในส่วนของพระมหากษัตริย์ 2.ให้คณะรัฐมนตรีรักษาการ สิ้นสุดการ ปฏิบัติหน้าที่ 3.วุฒิสภายังคงปฏิบัติหน้าที่ตามจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่ ณ วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ 4. ศาลทั้งหลายคงมีอำนาจดำเนินการ พิจารณา และพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมาย และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 5.องค์กรอิสระ และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ยัง คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 6/2557

เรื่อง แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ในคณะรักษาความสงบแแห่งชาติ

เพื่อให้การบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่ง ในคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ดังนี้

1. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

2. พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

3. พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

4. พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

5. พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

6. พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7/2557

เรื่องห้ามชุมนุมการทางเมือง

เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึง ห้ามมิให้มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ชุมนุมทางการเมืองอยู่ในปัจจุบัน ให้เดินทางกลับภูมิลำเนา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ



ZABVER

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 4
มองมันกว้างๆไกลๆ
บัง คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติออกแถลงการณ์ต่อปัญหาในประเทศไทย ระบุว่า แนวทางที่จะทำให้ไปสู่สันติภาพและความรุ่งเรืองได้คือการเคารพต่อหลักประชาธิปไตยและดำเนินการตามกระบวนการประชาธิปไตย และขอให้ทุกฝ่ายให้ความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุด ระงับความรุนแรงใดๆ และเคารพต่อสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่
บัง คี-มูน ออกแถลงการณ์ฉบับนี้นับเป็นฉบับที่ห้านับแต่การประท้วงที่เริ่มต้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยฉบับแรกเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพูดคุยกันเพื่อหาทางออกทางการเมือง ฉบับที่สองเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ย้ำให้มีการพูดคุยกัน ฉบับที่สามกล่าวโทษต่อความรุนแรงช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ฉบับที่สี่เรียกร้องให้เคารพสิทธิมนุษยชนและแสดงความพร้อมเข้าช่วยเหลือในทุกทางที่เป็นไปได้
 


บ่าวรัฐ

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 5
เหตุการณ์รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจากต่างประเทศหลายคนก็ออกมาประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2557 ที่ออกมาในเชิงลบ

ความเห็นจาก Josh Kurlantzick นักวิจัยด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากสถาบัน Council on Foreign Relations ของสหรัฐ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะซึมไปอีกนาน แม้จะสามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาวแต่ก็ไม่เร็วแน่นอน

ส่วน Mark Williams หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝั่งเอเชียของ Capital Economics แสดงความเห็นว่าถึงแม้ประเทศไทยเผชิญกับรัฐประหารมาแล้วหลายครั้ง แต่ในช่วงหลังๆ เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นมาก ทำให้ปัจจัยเรื่องสถาบันหลักของประเทศมีผลต่อเศรษฐกิจมากขึ้น การที่การเมืองมีปัญหาและช่องทางการขับเคลื่อนนโยบายติดขัด ย่อมส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ และในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนจากนอกประเทศเริ่มถอนตัวออกจากประเทศไทยมาโดยตลอด

Rajiv Biswas หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝั่งเอเชียแปซิฟิกของ IHS บอกว่าผู้บริโภคเริ่มไม่กล้าใช้จ่ายเงิน บวกกับการที่ไม่มีรัฐบาล ทำให้อนาคตของเศรษฐกิจไทยดูไม่ดีนัก ประเทศไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี ในยามปกติสามารถเติบโตได้ปีละ 4-5% แต่เมื่อไม่มีรัฐบาลมาขับเคลื่อนก็ไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างที่ควรจะเป็น

ที่มา - IBTimes



บ่าวรัฐ

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 6
จอห์น เคอรี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ แสดงความผิดหวังที่กองทัพไทยก่อรัฐประหารและได้ประกาศทบทวนความช่วยเหลือด้านการทหารต่อไทย และความช่วยเหลืออื่นๆ โดยระบุว่าผิดหวังต่อการทำรัฐประหารของกองทัพ พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวบรรดานักการเมืองที่จับกุมตัวไป คืนเสรีภาพแก่สื่อ คืนประชาธิปไตย และเคารพสิทธิมนุษยชน และต้องจัดการเลือกตั้งให้มีรัฐบาลตามเจตจำนงของประชาชนไทย (http://thaienews.blogspot.com/2014/05/blog-post_7418.html)



หนอนไซเบอร์

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 7
 


ครูทะเล

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 8

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 9/2557
เรื่อง ห้ามสร้างความขัดแย้งหรือต่อต้านการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย

ห้ามเจ้าของกิจการสื่อสิ่งพิมพ์และรายการวิทยุโทรทัศน์ทุกประเภท บรรณาธิการ พิธีกร และสื่อมวลชน เชิญบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่มิได้ดำรงตำแหน่งราชการในปัจจุบัน ทั้งในส่วนของข้าราชการและนักวิชาการ รวมทั้งอดีตผู้ปฏิบัติงานในศาลและกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนองค์กรอิสระ ให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็น ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดการขยายความขัดแย้ง บิดเบือน และสร้างความสับสนให้กับสังคม และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ระงับการชุมนุม หรือกิจกรรมที่ต่อต้านการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในโอกาสแรก

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 10/2557
เรื่อง ห้ามพกพาหรือใช้อาวุธสงครามและวัตถุระเบิด

ามข้าราชการ เจ้าหน้าที่พลเรือน และประชาชน พกพาหรือใช้อาวุธสงครามและวัตถุระเบิดโดยเด็ดขาด เว้นเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามคำสั่งของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้น

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 11/2557
เรื่อง การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน และ ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ดำรงการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 12/2557
เรื่อง การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน และ ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ดำรงการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 17/2557

เรื่องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือนอันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความไม่สงบภายในราชอาณาจักร จึงให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายดำนินการ ดังต่อไปนี้

1. ติดตาม ตรวจสอบ และระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดๆ ที่มีการบิดเบือน ยุยงปลุกปั่น อันจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

2.ให้มารายงานตัว ณ หอประชุมชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.30 น.

 

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 19/2557

เรื่องขอให้บุคคลสำคัญมารายงานตัวเพิ่มเติม

เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่ระดับอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไปเข้ามารายงานตัวในวันที่ 23พฤษภาคม พ.ศ.2557 เวลา 13.30น. ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร



Krootanoi

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 9


Krootanoi

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 10


Krootanoi

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 11


Krootanoi

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 12


Krootanoi

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 13


Krootanoi

ตอบกระทู้เมื่อ
24 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 14
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 30/2557
       
       เรื่อง ให้วุฒิสภาสิ้นสุดลง
       
       ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ให้วุฒิสภาที่มีอยู่ ณ วันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้
       
       ข้อ 1 ให้วุฒิสภาที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ สิ้นสุดลง
       ข้อ 2 ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้การดำเนินการเรื่องใดต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการให้ความเห็นชอบแทนรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ในเรื่องนั้น
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ


!!!!

ตอบกระทู้เมื่อ
25 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 15
25 พ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียล เน็ตเวิร์ค มีการโพสต์ภาพและข้อความการสนทนาระหว่าง ผู้จ้าง และผู้ถูกจ้างให้ออกมาเคลื่อนไหวยกป้ายต้อต้านการทำรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมีการระบุสนนราคาค่าจ้าง 400 บาท พร้อมสถานที่ที่จะต้องไปยืนถือป้ายกันอย่างชัดเจนด้วย


สันติชน

ตอบกระทู้เมื่อ
25 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 16
 
"ประยุทธ์" แจงปรับย้าย ตร.-ทหาร ไม่ใช่หยามศักดิ์ศรีแค่ลดแรงกดดันจากสังคม ยันควบคุมตัวบุคคลสำคัญ ไม่ได้ซ้อมหรือทรมาน ไม่เกิน 7วันปล่อยตัว เว้นคนมีหมายจับจะถูกส่งดำเนินคดี ชี้ปล่อย"โอ๊ค"แล้ว พาส่งบ้าน กทม. วอนทุกฝ่ายร่วมมือ คสช. ย้ำไม่ได้ทำเพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เพื่อให้ชาติเดินหน้าต่อไปได้


หนอนไซเบอร์

ตอบกระทู้เมื่อ
25 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 17

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ฉบับที่ 37/2557
เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร

       ตามที่ได้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11 /2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 ให้ศาลทั้งหลายคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณา และพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมาย และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น เพื่อให้การรักษาความสงบ และการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงประกาศให้บรรดาคดีความผิดตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ ซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตราชอาณาจักร และในระหว่างที่ประกาศนี้ใช้บังคับอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร
      
       1.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
      
       (1) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา 107 - 112
      
       (2) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา 113 -118 ยกเว้นความผิด ซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พุทธศักราช 2551 หรือ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548
      
       2.ความผิดตามประกาศ หรือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ



คลื่นใต้น้ำ

ตอบกระทู้เมื่อ
25 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 18

สารจากหลวงปู่พุทธะอิสระ
เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

หมดเวลา หน้าที่พระ จะลาไกล
ธุดงค์ไพร ถ้ำเขา ลำเนาป่า
ตามวิถี พุทธนำ เคยทำมา
สุขเถิดหนา มวลมหา ประชาชน

ขอบใจ ท่านขุนสรรค์ "กำนันสุเทพ"
ผู้ทนเจ็บ เป็นแกนนำ ทำกุศล
กู้ชาติ กู้ไทย ไปสู่ชน
ลูกหลาน พ้นเป็นทาส อำนาจทุน

ขอบใจ แกนนำ ทุกๆท่าน
ผู้สืบผ่าน เติมเชื้อ คอยเกื้อหนุน
แผ้วถาง ทางธรรม คอยค้ำจุน
ถักทอบุญ อุดมการณ์ สานต่อธรรม

ขอบใจ มวลมหา - ประชาชน
ทุกๆคน ผู้ประเสริฐ ใจเลิศล้ำ
ประวัติศาสตร์ จารึกไว้ ให้จดจำ
เป็นแบบนำ "อหิงสา" ประชาธิปไตย

ขอบใจ ท่านพลเอก - "ประยุทธ์"
ในที่สุด มิอาจทน คนเฉไฉ
อ้างกฏหมาย แต่ขายชาติ อนาถใจ
ปฏิรูป ประเทศไทย จึงถูกทาง

หมดเวลา หน้าที่พระ จะลาไกล
จงยึดพระธรรม นำใจ ให้ใสสว่าง
คิดถึง "หลวงปู่" จงดูดาว สกาวกลาง
โพยมพร่าง อำพรโพ้น เถิดคนดี.

พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ...คุณโยมเอ๊ยยยย



บัวบก

ตอบกระทู้เมื่อ
26 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 19
เก็บวาทะเด็ดมาไว้ตรงนี้
เล่าถึงความฝันที่อยากให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ดูแลประชาชน ดูแลกำลังพลกว่า ๔ แสนนาย ช่วงนี้ยังไม่ได้นอนเลย ไม่ได้มีความสุข ทหารทำงานมากมายหลายอย่าง ไม่ได้สบายตามความเข้าใจของบางคน ฝากทหารไว้ในใจของทุกคนด้วย ฝากทุกคนไปทบทวนการทำงานของตนเองที่จะดูแลประชาชนและผู้ใต้บังคับบัญชา จะทำให้ข้าราชการได้รับความเป็นธรรม
    -จะทำงานไปช่วงเวลาหนึ่ง ปรองดองสมานฉันท์ ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ทุกฝ่ายมาช่วยปฏิรูปเพื่อพี่น้องประชาชน  แก้ไขปัญหาของกระทรวง ทบวง กรมด้วย ทุกฝ่ายเตรียมเรื่องปฏิรูปมาเสนอ เพื่อใช้วิธีพิเศษผลักดันเรื่องต่างๆ ออกไปให้เร็วที่สุด
    คสช.จะรักษาเกียรติยศศักดิ์ศรีของข้าราชการให้พ้นจากการครอบงำ เลือกข้างไม่ได้ อยากให้เป็นครั้งสุดท้ายของการยึดอำนาจ จะช่วยกำกับดูแลเรื่องต่างๆ ให้มีผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม.........."     -หน.คสช.57


Krootanoi

ตอบกระทู้เมื่อ
26 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 20



k.juy

ตอบกระทู้เมื่อ
26 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 21

 

"รัฐประหารแม้อาจเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ก็มิใช่สิ่งที่ถูกต้อง (การที่แม่ขโมยอาหารมาประทังชีวิตลูกน้อยที่กำลังหิวโหย แม้เป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ไม่ใช่การกระทำที่ถูกต้องเช่นกัน) รัฐประหารครั้งนี้แม้จะยุติปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ได้ (เช่น ความวุ่นวายในบ้านเมืองจนเกือบเป็นอนาธิปไตยและใกล้นองเลือด รวมถึงนโยบายที่ก่อปัญหาแก่ประเทศ การทุจริตและใช้อำนาจในทางมิชอบของนักการเมืองจำนวนไม่น้อย ฯลฯ) แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่ ๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย ซึ่งอาจรุนแรงกว่าปัญหาเดิม ใช่แต่เท่านั้นปัญหาเดิม ก็อาจผุดขึ้นมาใหม่ กลายเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างชั่วคราวเท่านั้น ดังที่เกิดขึ้นกับรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผ่านมา

การรื้อถอนของเก่าที่เป็นปัญหาออกไปเป็นเรื่องยากก็จริง แต่ที่ยากกว่าก็คือการสร้างของใหม่ที่ดีกว่ามาแทนที่ โดยเฉพาะของใหม่ที่ได้มาด้วยวิถีแห่งอำนาจ นี้คือสิ่งท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้อยากเห็นอนาคตที่สดใสของบ้านเมืองหลังรัฐประหารครั้งนี้"

พระไพศาล วิศาโล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 25 พ.ค.2557



KETH

ตอบกระทู้เมื่อ
26 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 22
"ไม่ได้หวังจะมา ทะเลาะกับใคร ผมต้องการ นำทุกอย่างให้เห็นชัดเพื่อแก้ไข ด้วยความตั้งใจ เจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ ผมทำได้ทุกอย่าง ถ้าประชาชนมีความพึงพอใจ ให้ช่วยผม อย่าติติง อย่าเพิ่งเพิ่มปัญหาใหม่ ไม่มีประโยชน์"
 



kanok

ตอบกระทู้เมื่อ
26 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 23
โปรดเกล้าฯ ประยุทธ์-ภารกิจสำคัญ !!
ปฏิรูปทุกภาคส่วน-ไม่แคร์ต่างชาติ !!
ยึดอำนาจ-ปฏิรูป !?
รวมประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ


Anyamanee

ตอบกระทู้เมื่อ
28 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 24
 


สปศ.

ตอบกระทู้เมื่อ
31 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 25

 
31 พ.ค.57  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย(ทีวีพูล) เมื่อเวลา 21.40 น.วานนี้ (30 พ.ค.57) ถึงเหตุผลความจำเป็นในการทำรัฐประหาร ว่า เป็นเพราะเกิดปัญหาหลายประการที่เรื้อรังมานาน คสช.จึงต้องเข้ามาเพื่อยุติความรุนแรง และคืนความสุขให้คนไทยทั้งชาติ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

รายการ คสช. : คืนความสุขให้คนในชาติ
ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.40 น.
-------------------------------------------------
สวัสดีครับ ในนามของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอขอบคุณ ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย และข้าราชการทุกหมู่เหล่าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ คสช. เป็นอย่างดี ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือได้ว่าสถานการณ์โดยรวม มีความเรียบร้อย

สำหรับเหตุผลที่ คสช. เข้ามาบริหารราชการในครั้งนี้  สืบเนื่องมาจากความแตกแยกทางความคิดทางการเมืองของประชาชนที่หยั่งรากลึก ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งผิด ทั้งถูก การชุมนุมประท้วงที่ยาวนาน ตลอดจนเหตุการณ์ความรุนแรง มีการใช้อาวุธสงคราม รวมทั้งมีการทุจริต ทำผิดกฎหมาย เป็นผลให้ประชาชนทั่วไปไม่มีความสุข และไม่ปลอดภัย รัฐบาลรักษาการไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายปกติได้  และไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินด้วยอำนาจที่มีอยู่อย่างเพียงพอ การใช้จ่ายงบประมาณปี  2557 ติดขัด ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบคำสั่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ การจัดทำงบประมาณปี 2558 มีความล่าช้า  ปัญหาเหล่านี้หากปล่อยให้ยืดเยื้อยาวนาน  ย่อมส่งผลกระทบกับระบบเศรษฐกิจของคนไทยโดยรวม และประเทศไทย  ตลอดจนผลประโยชน์ของมิตรประเทศที่มีในประเทศไทย รวมทั้ง พันธสัญญาต่าง ๆ ที่ไทยได้ทำไว้กับมิตรประเทศต่างๆมาอย่างยาวนาน

การเข้ามาควบคุมสถานการณ์ของ คสช. เป็นการเข้ามาเพื่อยุติความรุนแรง ปลดล็อคข้อจำกัดเล็กน้อยต่าง ๆ ที่คั่งค้างอยู่ในกระบวนการ รออนุมัติจากรัฐบาลที่ผ่านมาอีกมากมาย และเพื่อคืนความสุขให้ประชาชนคนไทยทั้งชาติ รวมทั้งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนเฉพาะหน้าเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ประเทศนั้นเดินหน้าต่อไปได้ ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ชาวต่างชาติ มีความสุข และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน ทุกประเทศโดยรวม  และที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวงตลอดมา ได้รับการปกป้องจากคนไทยทุกคน
สำหรับงานของ คสช. มีขอบเขตที่สำคัญอยู่ 2 ประการหลัก ๆ คือ

งานส่วนที่ 1  งานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วราชอาณาจักร การประกาศใช้กฎอัยการศึก เป็นความจำเป็น ซึ่งเป็นกฎหมายความมั่นคงสูงสุด ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถหยุดความรุนแรงได้ทันที โดยที่ผ่านมากฎหมายปกติปัจจุบันไม่สามารถยุติความขัดแย้ง ความรุนแรงได้เลย  ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกหมู่เหล่า  ให้ประชาชนได้เรียนรู้และเคารพกฎหมาย เพื่อลดความขัดแย้งต่อไปในอนาคต โดยยึดหลักกฎหมาย และสิทธิมนุษยชน   อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะพยายามใช้อำนาจเท่าที่จำเป็น ไม่ใช้อำนาจเกินขอบเขต  โดยให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ระมัดระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชน  เมื่อสถานการณ์กลับไปสู่สภาวะปกติ จะได้กลับไปใช้กฎหมายปกติโดยเร็วที่สุด

• ในส่วนของการประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน หรือเคอร์ฟิวนั้น  มีความมุ่งหมายเพื่อให้ คสช. สามารถจัดระเบียบและดูแลความสงบเรียบร้อย ให้เข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว  อาจมีผลกระทบต่อเสรีภาพในการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนอยู่บ้าง  ในระยะแรกอาจต้องเข้มงวด  เพื่อแยกแยะผู้ก่อเหตุ ผู้ใช้ความรุนแรงกับประชาชนโดยทั่วไป  สกัดกั้นการขนย้ายอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น ยาเสพติด อาชญากรรม การลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธ ที่ได้ก่อเหตุความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง ในห้วงที่ผ่านมา  และมีแนวโน้มจะขยายตัวมากขึ้นต่อไป  ตามที่มีผลการจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและอาวุธสงคราม สิ่งผิดกฎหมาย และความผิดอื่น ๆ โดยการปฏิบัติร่วมของเจ้าหน้าที่ พลเรือน ตำรวจทหารได้เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่  22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

เราตระหนักดีถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนจากการเคอร์ฟิวเช่นกัน จึงได้มีการประกาศลดระดับการเคอร์ฟิวลงตามสถานการณ์  ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา คสช. ได้ผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวไปแล้วในระดับหนึ่ง  โดยมีการปรับลดเวลาจากเดิม 22.00 – 05.00 น. ปัจจุบันเป็นเที่ยงคืน – 04.00 น. ทั้งนี้หากเหตุการณ์เป็นปกติมากยิ่งขึ้น  พื้นที่ที่ไม่มีสถานการณ์ หรือความเสี่ยง หรือพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว จะได้พิจารณาปรับลดมาตรการลง เพื่อให้ธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ  มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น  และจะนำไปสู่การยกเลิกได้ในไม่ช้า หรือโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาระหว่างมีการประกาศห้าม  ได้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบโดยการยกเว้นให้แก่ประชาชน หน่วยงานที่มีความจำเป็น เช่น แพทย์ พยาบาล โรงพยาบาล การส่งผู้ป่วยเจ็บ การขนส่งเชื้อเพลิง การเดินทางไปต่างประเทศ การเดินทางของพนักงานที่ทำงานเป็นผลัดในห้วงเวลากลางคืน  โดยการขออนุญาตกับด่านตรวจทหารตำรวจในเส้นทางที่สัญจร  ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย   ประชาชนทุกครอบครัวมีความสุข มีความปลอดภัย ทุกคนได้กลับไปอยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน หลังจากที่ประสบกับสถานการณ์เสี่ยงภัยอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความรุนแรง   และการชุมนุมที่ยาวนานกว้างขวางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมา และดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งมาเกือบ 9 ปีเต็ม
สำหรับการเชิญบุคคลมารายงานตัวนั้นมีความจำเป็น โดยเป็นการเชิญผู้ที่อยู่ในความขัดแย้ง ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เช่น แกนนำ ผู้สนับสนุน นักวิชาการและอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง หรือโดยอ้อมที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งบุคคลบางคนที่อาจมีอิทธิพลในเชิงสัญลักษณ์  ในการระดมมวลชนสร้างความขัดแย้งขึ้นมาอีก  จากการแสดงความคิดเห็นตามกระบวนการประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามหากการแสดงออกดังกล่าว มีผลกระทบต่อความสงบสุขโดยรวม ก็จะถูกเชิญตัวมาชี้แจง คัดแยก ไปดูแล เพื่อสงบสติอารมณ์ และคิดทบทวนว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง ซึ่งอาจผิดบ้าง ถูกบ้าง ตามความเชื่อหรือเหตุผลส่วนตน  เพื่อให้เกิดการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และคิดได้ว่าเราจะมีส่วนช่วย และร่วมมือกับทุกกลุ่มทุกฝ่าย  เพื่อนำพาประเทศชาติไปข้างหน้าได้อย่างไร  ซึ่งตามปกติแล้ว พ.ร.บ.กฎอัยการศึก  มีอำนาจควบคุมตัวได้ 7 วัน  หากมีความผิดก็จะต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป เช่น ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งฟ้องศาล

บุคคลที่ถูกเชิญตัวมา  บางคนอาจถูกควบคุมตัวแล้วแต่กรณี เช่น  1.-2 วัน  3-4  วัน  5-6 วัน  อย่างไรก็ตาม หากมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางใช้ความรุนแรง จะถูกควบคุมนานกว่าคนอื่น  แต่ไม่เกิน ๗ วัน โดยจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งในส่วนของความเป็นอยู่หลับนอน อาหารการกิน  ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ ซ้อมทรมาน พันธนาการ หรือละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่อย่างใด สำหรับผู้ที่ไม่มารายงานตัวนั้น  ต้องถือว่าไม่ให้ความร่วมมือในการสร้างความปรองดอง  และยังคงมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เอาชนะ ฝ่าฝืน กฎอัยการศึก โดยไม่เคารพกติกา กฎหมายความมั่นคงสูงสุดในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลบางกลุ่ม บางฝ่ายที่ยังคงต่อสู้ด้วยความรุนแรง โดยใช้อาวุธสงคราม หรือวัตถุระเบิด ก็จะต้องถูกปราบปรามอย่างเด็ดขาดเช่นกัน

เราจะต่อสู้กันด้วยการยึดเพียงแนวความคิดของตน หรือการตีความกฎหมายเพื่อเข้าข้างแต่ละฝ่ายไม่ได้อีกแล้ว  เพราะมีแต่จะก่อให้เกิดความแตกแยกไม่มีที่สิ้นสุด  คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศไม่มีความสุข  ประเทศขาดเสถียรภาพ และความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศ ดังนั้น ทุกกลุ่มทุกฝ่ายต้องหันมาร่วมมือกัน เสริมสร้างความรักความสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท์ ยุติการใช้ความรุนแรงต่อกัน สิ่งใดที่จะเป็นข้อขัดแย้งหรือเห็นต่าง  ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ก่อน และให้นำมาหารือเพื่อหาทางออกให้เป็นที่ยอมรับของทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ และคืนความสงบสุขให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่า

การประกาศห้ามชุมนุมทางการเมืองหรือต่อต้าน คสช. เกิน 5 คนนั้น มีความจำเป็น เนื่องจากช่วงนี้ เป็นระยะเริ่มแรกของการปฏิบัติงาน  คสช. ต้องการให้เกิดความสงบสุขและปลอดภัยอย่างแท้จริงโดยทันที  คสช. ไม่สามารถให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด มาแสดงความขัดแย้ง ต่อต้านได้ เพราะจะเป็นเหตุให้ฝ่ายอื่นๆออกมาต่อสู้กันอีก จนทำให้เหตุการณ์บานปลาย ขยายตัว ดังนั้น จึงอยากจะขอร้องให้ประชาชนทุกพวกทุกฝ่ายอย่าได้ออกมาชุมนุมในห้วงนี้ เพื่อจะได้ไม่เกิดการปะทะกัน หรือเกิดเป็นปัญหาเพิ่มเติมขึ้นมาอีก  อย่างไรก็ตาม คสช. มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ต่อผู้ที่มาชุมนุมทุกพวกทุกฝ่าย ที่ละเมิดการประกาศห้ามดังกล่าว  ด้วยมาตรการที่เหมาะสมในการปฏิบัติของแต่ละดกลุ่มต่อไป

การระงับ ควบคุมสื่อต่างๆ บางสื่อ หรือบางสถานี หรือบางรายการนั้น ในระยะนี้มีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลอดระยะเวลาประมาณ 9 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งการชุมนุมประท้วงล่าสุด 6 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการใช้สื่อทุกประเภทรวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ มาบิดเบือน ปลุกระดม ปลุกปั่น ต่อสู้ และสร้างความเกลียดชังต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งถูก และผิด เจตนาดีต่อบ้านเมืองก็มี ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาตามลำดับ  มีการข่มขู่ใช้ความรุนแรงต่อฝ่ายตรงข้าม และมีการสร้างความเข้าใจผิดต่อผู้ที่เห็นต่าง หรือประชาชนที่อยู่ตรงกลาง  จนทำให้เกิดความสับสนต่อความเข้าใจของประชาชนตลอดเวลา โดยฝ่ายหนึ่งมองเห็นความไม่ชอบธรรมซึ่งมีหลายเรื่องที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว หรือกำลังดำเนินการอยู่  ในขณะที่อีกฝ่ายโต้แย้งด้วยข้อกฎหมาย อำนาจรัฐ และด้วยความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ไม่สามารถยุติปัญหาลงได้ด้วยวิถีทางของประชาธิปไตย นอกจากนั้นยังมีการเผยแพร่ความคิดเห็นของนักวิชาการ และผู้ที่ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดความสับสนในสังคม ทำให้การแก้ไขปัญหายุ่งยากขึ้นไปอีก จึงจำเป็นต้องมีการระงับสื่อดังกล่าวเป็นการชั่วคราว  อย่างไรก็ดี คสช.ไม่มีนโยบายปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทแต่อย่างใด

การปรับย้ายข้าราชการของทุกกระทรวง ทบวง กรม เป็นเรื่องภายในของทุกหน่วยงาน โดยมีเหตุผลความจำเป็นในการดำเนินการ เพื่อลดความขัดแย้งที่มีมาแต่เดิม ส่วนประเด็นที่กล่าวหาว่าเป็นการโยกย้ายอีกฝ่าย หรือเป็นการรังแกข้าราชการ หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ทั้งนี้ในข้อเท็จจริง สืบเนื่องจากว่าได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาในอดีตกับกระบวนการใช้อำนาจรัฐในทุกพื้นที่ หรือมีอำนาจในการบริหารองค์กร รวมทั้งเป็นข้าราชการที่สามารถทำหน้าที่ให้กับรัฐ  ซึ่งไม่สามารถทำให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา หรือลดความขัดแย้งภายในองค์กร หรือระหว่างส่วนราชการกับประชาชนในพื้นที่ได้ จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพื่อความเหมาะสมในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นนโยบายให้ส่วนราชการ โดยปลัดกระทรวง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ ในกรอบอำนาจของตนเอง  สำหรับในส่วนที่มีการปรับย้ายข้ามกระทรวงหรือสังกัดหน่วยงานอื่นที่อยู่ในอำนาจของ นายกรัฐมนตรี  คณะรัฐมนตรี  ก็จำเป็นต้องใช้อำนาจของ หัวหน้า คสช. ในการอนุมัติและลงนาม  ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความไว้วางใจ กับประชาชนและสังคมให้เกิดการยอมรับ มิได้ถือเป็นความผิดส่วนบุคคลแต่ประการใด ยังเคารพเกียรติยศของความเป็นข้าราชการในทุกองค์กรอยู่เสมอ
งานส่วนที่  2 การขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ให้ได้โดยเร็วที่สุด
หลังจากที่การบริหารราชการแผ่นดิน สะดุดหยุดอยู่กับที่มาหลายเดือน  จนงบประมาณ ปี  2557 ต้องหยุดชะงักบางรายการ ไม่สามารถเบิกจ่าย หรือดำเนินการได้ ประชาชน/ส่วนราชการ เดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องปลดล็อค  หาทางออกด้วยรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม  จากนั้นจะต้องดำเนินการในเรื่องการจัดทำงบประมาณปี  2558 ให้ได้ทันกำหนดเวลา  ซึ่งวาระการจัดทำงบประมาณใกล้จะสิ้นสุด  ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ในปีงบฯ  2558 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะได้ทันต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะมาถึงในปลายปีหน้านี้

หลักการสำคัญของ คสช. ในการบริหารราชการในสถานการณ์ไม่ปกติในปัจจุบัน คือ การใช้ระเบียบบริหารงานปกติของทุกส่วนราชการให้มากที่สุด เว้นในเรื่องที่เป็นปัญหาติดค้าง หรือปัญหาเร่งด่วน   ทั้งนี้  คสช. มิได้ไปสั่งการส่วนราชการให้ปฏิบัติ หรือไม่ต้องปฏิบัติในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบ เพื่อผลประโยชน์ใครแต่ประการใด หรือ คสช.ตกลงใจเองโดยพลการ  เพียงแต่จัดคณะทำงานประสานงาน หรือฝ่ายต่าง ๆ ร่วมกับข้าราชการประจำ จากแต่ละกระทรวง ไปร่วมกันขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว โปร่งใส ได้รับความพึงพอใจและไว้วางใจจากประชาชน• การใช้จ่ายงบประมาณ ที่เกรงว่า คสช.จะมาใช้จ่ายงบประมาณอย่างไม่จำกัดนั้น ขอเรียนว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องอยู่ในระเบียบวินัย การเงิน การคลัง ของทุกกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งมีการหารือ สอบถาม กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย  สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความรอบคอบก่อนการดำเนินการ

การใช้จ่ายงบประมาณ จะไม่ใช้จ่ายจนเกินกำลัง จนเสียวินัยการเงินการคลังของประเทศ และไม่เกินยอดหนี้สาธารณะ  ซึ่งกำลังตรวจสอบตัวเลขที่แท้จริงในปัจจุบัน ในยอดงบประมาณที่ใช้ไปแล้วและยังไม่ได้ใช้ ซึ่งจะมีผลผูกพันต่าง ๆอีกมากมาย เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือในด้านการเงินการคลังของประเทศในสายตาของต่างประเทศ และสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน ต่างประเทศที่จับตามองสถานะเศรษฐกิจ การเงิน ขีดความสามารถของประเทศไทยอยู่ในขณะนี้  ว่าจะมาร่วมลงทุนอีกหรือไม่ ทั้งนี้โชคดีที่ไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว หากมีการขับเคลื่อนที่ดีต่อไป น่าจะไม่น้อยหน้าใครในภูมิภาคอาเซียน  และของโลกในอนาคต

การใช้จ่ายงบประมาณปี  2557 จะเริ่มจาก

แผนงาน/โครงการที่ค้างคาอยู่อย่างเร่งด่วนซึ่งมีผลต่อประชาชน และเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะความต้องการพื้นฐานของประชาชน เงินหมุนเวียนในระบบ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการจากการจ่ายเงินจำนำข้าวที่ติดค้างอยู่ประมาณ  92,000 ล้านบาท  ขณะนี้ได้เริ่มทยอยจ่ายไปแล้วเป็นบางส่วน

แผนงาน/โครงการที่ได้อนุมัติไว้แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดขัดปัญหาระเบียบกฎหมาย ในรัฐบาลที่ผ่านมา โดยจะเร่งตรวจสอบ จัดลำดับความเร่งด่วนและดำเนินการให้เร็วที่สุด  โดยเฉพาะงบประมาณที่จะทำให้เกิดผลต่อ เงินหมุนเวียนในระบบ งบบรรเทาภัยพิบัติ การซ่อมแซมสาธารณูปโภค ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนเฉพาะหน้า เป็นต้น  โดยมิได้เป็นการใช้งบประมาณจำนวนมากในโครงการขนาดใหญ่แต่อย่างใด

โครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการมูลค่า 2 ล้านล้าน 3.5 แสนล้าน  จะนำมาพิจารณาดูอย่างรอบคอบว่าโครงการใดที่เป็นประโยชน์ สามารถนำไปสู่การปฏิบัติโดยเฉพาะเรื่อง  แยกพิจารณา แยกดำเนินการใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เริ่มต้นได้อย่างโปร่งใส  เช่น รถไฟรางคู่  รถไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่น ๆที่จำเป็นต้องดำเนินการก่อน  โดยจะหาวิธีการเริ่มต้นโดยใช้งบประมาณประจำปี หรือ ใช้การลงทุนโดยภาคเอกชน ฯลฯ  เพื่อเป็นการลดภาระการใช้จ่ายจากการกู้เงินจำนวนมาก อันจะเป็นภาระผูกพันในระยะยาว  แต่ต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพ   ไม่ทำทั้งหมด ทุกแผนงานโครงการจะต้องเริ่มต้นด้วยการบูรณาการ เกิดประโยชน์ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน  โครงการต่อโครงการ กระทรวง ต่อกระทรวง ในงบประเภทเดียวกัน เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม จะไม่ได้ทำแผนงานโครงการตามฐานเสียง หรือเหตุผลทางการเมือง ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมทั่วถึง  เช่นในอดีตที่เป็นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานซึ่งคงนำไปหารือในการจัดทำงบประมาณปี  2558  และน่าจะอยู่ในการพิจารณาดำเนินการของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี  ที่จะจัดตั้งขึ้นโดยเร็วที่สุด  ได้ทันก่อนการเริ่มต้นปีงบประมาณ  2558  คือ 1 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป
การจัดทำ และการดำเนินการด้านงบประมาณทุกแผนงาน/โครงการ จะใช้การดำเนินการให้ใกล้เคียงกับ

การมีรัฐบาลปกติที่สำคัญเน้นให้สามารถรับการตรวจสอบได้ในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณจากหน่วยรับผิดชอบในการตรวจสอบได้ตามกฎหมาย  เพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรมและมีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การขุดลอกคู คลอง การสร้างถนน เส้นทางเชื่อมต่ออาเซียน หรือซ่อมแซมให้ใช้งานได้ดีขึ้น จะต้องรีบดำเนินการโดยทันที แต่ต้องไม่เป็นภาระกับรัฐบาลใหม่ และเป็นปัญหาอื่น ๆ ในอนาคตอีก เน้นการใช้จ่ายงบประมาณด้วยการบูรณาการหน่วยงานและงบประมาณของหน่วยที่รับผิดชอบ ต้องร่วมมือกัน

สำหรับราคาพืชผลทางการเกษตร อื่น ๆ อีกหลายอย่างที่มีปัญหา ก็กำลังหามาตรการดูแลให้เกิดความยั่งยืน ว่าจะทำได้อย่างไรในปีงบประมาณ 2558  โดยไม่ให้นำไปสู่โครงการประชานิยม ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมายในอนาคต  โดยให้แนวทางไปพิจารณาในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ การพัฒนาพันธุ์ ส่งเสริมตลาดรวมการเกษตรทุกพื้นที่ พัฒนาให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยใช้พื้นที่น้อยลง เพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์  ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง  และหาวิธีใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบภายในประเทศ  เพื่อเพิ่มมูลค่าจากวัตถุดิบให้สูงขึ้น  ราคาสินค้าก็ต้องให้เป็นไปตามกลไกตลาดการค้าเสรี  มุ่งเน้นเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรให้สูงขึ้น แข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน คสช.ได้เร่งรัดให้มีการจ่ายหนี้ให้กับชาวนาเร่งด่วน อีกประการหนึ่งคือ จากการที่ ธกส. มีการติดค้างการจ่ายเงินกับชาวนามาเป็นเวลานาน ทำให้ชาวนาเสียโอกาส  คสช.กำลังพิจารณาว่าจะให้ความช่วยเหลืออย่างไร ซึ่งจะพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับการส่งเสริมการค้าเสรีอย่างเป็นธรรม การลดการผูกขาด จัดตั้งตลาดกลาง  การควบคุมราคาสินค้าสำหรับอุปโภค บริโภค การลด-เพิ่มภาษีต่าง ๆ  กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาดำเนินการ รวมทั้งให้มีการกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่งเสริมโรงงานขนาดเล็กตามแนวชายแดนและชนบท หรือช่องทางผ่านแดนที่สำคัญ เพื่อให้แรงงานผิดกฎหมายไม่เข้ามาหางานในพื้นที่ตอนใน   ลดความแออัดของพี่น้องประชาชนคนไทยที่ต้องเข้ามาหางานในเมืองใหญ่ให้มากที่สุด

ในส่วนของด้านพลังงาน อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีมาตรการดูแลปรับปรุงได้อย่างไรบ้าง แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกติกา วินัยการเงินการคลัง กฎเกณฑ์ กติกาของตลาดหลักทรัพย์ บริษัทมหาชน รวมทั้งการพิจารณาจัดตั้งกองทุนในภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนหาวิธีดำเนินการจัดตั้งกองทุนประเทศขนาดใหญ่ เพื่อลดการลงทุนของรัฐ ในส่วนของรัฐวิสาหกิจ กำลังพิจารณาทบทวน ปรับปรุงให้ดีขึ้นให้ทันสมัย เร่งพิจารณาถึงการพัฒนาความมั่นคงด้านพลังงานของไทยรวมทั้งเร่งพัฒนาในเรื่องพลังงานทดแทน ทั้งจากลม แสงแดด และพืชพลังงานอื่นๆให้เหมาะสมโดยเร็ว

คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ (บอร์ด) มีความจำเป็นจะต้องปรับให้อยู่ในระเบียบ มีมาตรฐาน มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มาบริหารงานให้มีความโปร่งใส มีการตรวจสอบและมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี

กล่าวโดยสรุปคือ ประเทศ และประชาชนชาวไทย ยังมีปัญหาอีกมากมายที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข และจัดระเบียบ ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขให้ได้โดยเร็ว ที่ผ่านมาเวลาในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้สูญเปล่าไปกับความขัดแย้งของคนภายในชาติไปมากพอแล้ว เราจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

สำหรับ Road Map ของ คสช.

ระยะที่ 1 ช่วงแรกของการควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ  จะดำเนินการในเรื่องการปรองดองสมานฉันท์ ให้เร็วที่สุด ในกรอบเวลา 2-3 เดือน นอกจากงานความมั่นคงและขับเคลื่อนได้ เริ่มจัดตั้งศูนย์การปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปทั้งในส่วนกลาง และ ในระดับพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปในระยะที่  2 ทั้งนี้      ทุกพื้นที่ต้องเริ่มจากครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด  คสช. ได้มอบหมายให้ กอ.รมน. ดำเนินการโดยเริ่มรวมกลุ่มจากเล็ก มาใหญ่ เพื่อให้ผู้เห็นต่างได้พบปะพูดคุยกันแต่เนิ่นและมิให้เป็นปัญหาต่อไปในระยะที่ 2 รวมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อเตรียมการสู่การปฏิบัติให้พร้อมในระยะที่  2  โดยปราศจากความขัดแย้งตั้งแต่บัดนี้ ซึ่งมิได้มีการดำเนินการในเรื่องการปรับโครงสร้างของส่วนราชการใด ๆ หรือเรียกผลประโยชน์ค่าตอบแทน หรือ การนิรโทษกรรมใดๆทั้งสิ้น

ระยะที่  2  การใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งกำลังดำเนินการจัดทำอยู่โดยฝ่ายกฎหมาย  จะมีการจัดตั้งสภานิติบัญญัติ สรรหา นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะรัฐมนตรี เพื่อบริหารราชการ ร่าง/จัดทำรัฐธรรมนูญ พร้อมกับการตั้งสภาปฏิรูปเพื่อปฏิรูปแก้ไขในทุกเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องการ และเป็นที่ยอมรับ โดยน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี  มากหรือน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์  หากสถานการณ์เรียบร้อยเป็นปกติ ปฏิรูปสำเร็จ  ปรองดอง สมานฉันท์กันทุกฝ่าย ประชาชนมีความรักความสามัคคีกัน ก็จะเริ่มดำเนินการก้าวเข้าสู่ระยะที่ 3

ระยะที่  3  การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ที่ทุกคนทุกพวกทุกฝ่ายพอใจ กฎหมายทันสมัยในทุกด้าน รวมทั้งกฎระเบียบ กติกาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไข เพื่อให้ได้คนดี สุจริต มีคุณธรรม มาปกครองบ้านเมืองด้วยหลักธรรมาภิบาล
สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นจะไม่สำเร็จโดยเร็วอย่างที่ทุกคนต้องการได้เลย หากยังไม่มีความสงบเกิดขึ้น การประท้วงด้วยความไม่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และไม่เข้าใจในเหตุผลการควบคุมอำนาจในครั้งนี้ ว่าทำเพื่อประเทศไทยและคนไทยทุกคน  รวมทั้งส่งผลดีต่อการพัฒนาความสัมพันธ์และเพิ่มผลประโยชน์ของไทยและมิตรประเทศได้ในอนาคตอันใกล้
ผมคิดว่าคนไทยทุกคนเหมือนผม  ไม่มีความสุข มาประมาณ  9 ปีแล้ว  ขณะนี้ทุกคนอยู่ในความสุขสงบมาก ตั้งแต่  20 และ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา  คสช.ไม่ต้องการก้าวเข้าสู่อำนาจ ไม่ต้องการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ใดๆ เลย แต่ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปไม่ได้  ถ้าทหารและข้าราชการทุกคนไม่ทำอะไรเลย  ใครจะมาดูแลท่าน ใครจะแก้ปัญหาให้ท่าน  ในเมื่อประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์เดินหน้าต่อไปไม่ได้  ด้วยความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่ถูกตำหนิ ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจ  การบังคับใช้กฎหมายปกติทำไม่ได้  ทั้งนี้ขอให้เชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ ทั้งข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน  ประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ
 
คสช. เข้าใจความรู้สึกของชาวต่างประเทศ เราเข้าใจดีถึงกฎเกณฑ์ของสังคมโลกในปัจจุบัน  เป็นโลกของประชาธิปไตย  แต่ขอให้เวลาเราในการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม และอะไรอีกหลายอย่าง  เพื่อแก้ประชาธิปไตยของไทย ให้เป็นสากล ถูกต้อง ชอบธรรม รับผิดชอบ เสียสละ นึกถึงประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกพื้นที่ ทั้งประชาชนเสียงข้างมากข้างน้อย ต้องได้รับความพึงพอใจอย่างทั่วถึงกัน หากทุกคนร่วมมือกัน  จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงปลอดภัยยั่งยืน ทุกอย่างก็จะผ่อนคลายไปตามลำดับ เราเข้าใจว่า ทุกคนคงต้องเลือกประเทศชาติก่อนประชาธิปไตย ที่จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงนั้นจะประมาณระยะเวลาทีไม่นานนัก

มีเรื่องอื่นๆ อีกมากมายที่พวกเราต้องช่วยกันทำ ซึ่งคงไม่สำเร็จหากยังมีการประท้วงหรือไม่ร่วมมืออยู่ ขอเวลาให้เราได้แก้ไขปัญหาให้ท่านโดยเร็ว  จากนั้น ทหารก็จะกลับไปทำภารกิจของเราต่อไป และจะคอยเฝ้ามองประเทศชาติ และประชาชนชาวไทยก้าวต่อไปข้างหน้าสู่อนาคต  ด้วยความสุขแบบยั่งยืน ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่เป็นรักยิ่งของชาวไทยทุกคน  สวัสดีครับ

 



witjung

ตอบกระทู้เมื่อ
31 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 26
เราเข้าใจดีถึงกฎเกณฑ์ของสังคมโลกในปัจจุบัน  เป็นโลกของประชาธิปไตย  แต่ขอให้เวลาเราในการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม และอะไรอีกหลายอย่าง  เพื่อแก้ประชาธิปไตยของไทย ให้เป็นสากล ถูกต้อง ชอบธรรม รับผิดชอบ เสียสละ นึกถึงประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกพื้นที่ ทั้งประชาชนเสียงข้างมากข้างน้อย ต้องได้รับความพึงพอใจอย่างทั่วถึงกัน หากทุกคนร่วมมือกัน  จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงปลอดภัยยั่งยืน ทุกอย่างก็จะผ่อนคลายไปตามลำดับ เราเข้าใจว่า ทุกคนคงต้องเลือกประเทศชาติก่อนประชาธิปไตย ที่จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงนั้นจะประมาณระยะเวลาทีไม่นานนัก  มีเรื่องอื่นๆ อีกมากมายที่พวกเราต้องช่วยกันทำ ซึ่งคงไม่สำเร็จหากยังมีการประท้วงหรือไม่ร่วมมืออยู่ ขอเวลาให้เราได้แก้ไขปัญหาให้ท่านโดยเร็ว  จากนั้น ทหารก็จะกลับไปทำภารกิจของเราต่อไป และจะคอยเฝ้ามองประเทศชาติ และประชาชนชาวไทยก้าวต่อไปข้างหน้าสู่อนาคต  ด้วยความสุขแบบยั่งยืน ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่เป็นรักยิ่งของชาวไทยทุกคน 
 
สุดยอดสุนทรพจน์เลย


na_na

ตอบกระทู้เมื่อ
31 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 27
สังเกตๅได้ว่าท่านมีวาทะเด็ดๆ ปล่อยมาเป็นระยะๆ ติดตามอย่างใกล้ชิดแล้วจะรู้ว่าฝีปากท่านคมกริบเลย นักข่าวตะลึงตึงๆกันเป็นช็อตๆ


สันติชน

ตอบกระทู้เมื่อ
31 พ.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 28
 


Mayjung

ตอบกระทู้เมื่อ
02 มิ.ย. 2557
  ความคิดเห็นที่ 29
 


ประชาชน

ตอบกระทู้เมื่อ
06 มิ.ย. 2557
  ความคิดเห็นที่ 30

http://www.rta-band.com/www.rta-band.com/Upload_song/006/006_2_1.mp3



KTC

ตอบกระทู้เมื่อ
11 ก.ค. 2557
  ความคิดเห็นที่ 31
 
 
 


สมัครสมาชิกเพื่อใช้งานเว็บบอร์ด คลิกที่นี่ /  เข้าสู่ระบบ


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved